ข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการทำรายการโอนเงินระหว่างประเทศ

ลูกค้า (หมายถึง ลูกค้าประเภทบุคคลและลูกค้าประเภทองค์กร ต่อไปในที่นี้ใช้ความหมายเดียวกัน) จะต้องทำรายการที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินระหว่างประเทศกับ SBI Remit Co., Ltd. (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “บริษัท”) โดยยอมรับรายละเอียดของข้อกำหนดและเงื่อนไขในการทำรายการโอนเงินระหว่างประเทศฉบับนี้ (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “ข้อกำหนดและเงื่อนไข”) ตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งเป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาระหว่างลูกค้ากับบริษัท

บทที่ 1 (ข้อกำหนดทั่วไป)

 

หัวข้อที่ 1. (วัตถุประสงค์)

ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างบริษัทกับผู้ที่ต้องการใช้บริการ (ตามคำนิยามในหัวข้อที่ 2.(1)) ซึ่งกล่าวถึงบริการโอนเงินระหว่างประเทศ (ตามคำนิยามในหัวข้อที่ 2.(2)) และบริการรับโอนเงินระหว่างประเทศ (ตามคำนิยามในหัวข้อที่ 2.(3)) และมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการ

หัวข้อที่ 2. (คำนิยาม)

  • ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ให้คำศัพท์ต่อไปนี้มีความหมายดังที่ระบุไว้ด้านล่างนี้
    1. (1) “บริการ” โดยรวมแล้วหมายถึง บริการโอนเงินระหว่างประเทศและบริการรับโอนเงินระหว่างประเทศ
      (2) “บริการโอนเงินระหว่างประเทศ” โดยรวมแล้วหมายถึง บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน บริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต บริการโอนเงินด้วยบัตรเรมิต และบริการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร (ฟุริโกมิ) เพื่อให้ผู้รับโอนเงิน (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “ผู้รับโอนเงิน”) ที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่นสามารถรับโอนเงินผ่านธนาคารตัวแทนตามคำร้องขอโอนเงินจากลูกค้า
      (3) “บริการรับโอนเงินระหว่างประเทศ” หมายถึง บริการที่ให้ลูกค้าสามารถรับโอนเงินจากผู้ส่งเงินที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่นผ่านธนาคารตัวแทนตามคำร้องขอรับโอนเงินจากลูกค้า
      (4) “สมาชิก” หมายถึงลูกค้าที่บริษัทอนุมัติให้ใช้ “บริการ” โดยเป็นไปตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด
      (5) “ธนาคารตัวแทน” หมายถึง สถาบันทางการเงินที่เป็นพันธมิตรของบริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจของสถาบันเหล่านั้น ซึ่งตั้งอยู่นอกประเทศญี่ปุ่นและดำเนินการโอนเงินเมื่อบริษัทส่งมอบ “บริการ” ให้แก่ลูกค้า
      (6) “แอปพลิเคชันของบริษัท” หมายถึง แอปพลิเคชันบนมือถือที่ดำเนินการโดยบริษัท โดยมีฟังก์ชัน เช่น ฟังก์ชันตรวจสอบอัตราโอนเงิน ฟังก์ชันจำลองการโอนเงิน ฟังก์ชันการลงทะเบียนผู้รับโอนเงิน และฟังก์ชันการโอนเงินระหว่างประเทศ
      (7) “การโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน” หมายถึง การโอนเงินระหว่างประเทศโดยใช้ “แอปพลิเคชันของบริษัท”
      (8) “บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน” หมายถึง บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยวิธีการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน และมีให้บริการสำหรับสมาชิกที่เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลไม่สามารถใช้บริการได้
      (9) “การโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต” หมายถึง การโอนเงินระหว่างประเทศโดยใช้เว็บไซต์ของบริษัท (ต่อไปนี้เรียกว่า “เว็บไซต์ของบริษัท”)
      (10) “บริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต” หมายถึง บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยวิธีการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต
      (11) “รหัสเข้าสู่ระบบ” หมายถึง รหัสผ่านที่ใช้เพื่อเข้าสู่หน้าจอการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันหรืออินเทอร์เน็ตของบริษัท
      (12) “รหัสทำรายการ” หมายถึง รหัสผ่านที่ใช้เมื่อมีการทำรายการเกี่ยวกับบริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันหรือบริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต
      (13) “บัตรเรมิต” (Remit Card) หมายถึง บัตรที่กำหนดโดยบริษัทซึ่งจะออกให้แก่ผู้รับโอนเงินทุกคนที่ลงทะเบียนล่วงหน้า
      (14) “การโอนเงินด้วยบัตรเรมิต” หมายถึง การโอนเงินระหว่างประเทศโดยใช้บัตรเรมิตให้แก่ผู้รับโอนเงินที่ลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับการใช้บัตรเรมิตแต่ละใบ
      (15) “บริการโอนเงินด้วยบัตรเรมิต” หมายถึง บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยวิธีการโอนเงินโดยใช้บัตรเรมิต
      (16) “การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร” หมายถึง การโอนเงินระหว่างประเทศโดยการฝากเงินในสถาบันทางการเงินที่บริษัทกำหนด
      (17) “บริการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร” หมายถึง บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยวิธีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร
      (18) “บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า” โดยรวมแล้วหมายถึง บริการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยบัตรเรมิต และบริการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารโดยมีการลงทะเบียนผู้รับโอนเงินไว้ล่วงหน้า
      (19) “บัตรฝากเงิน” หมายถึง บัตรที่บริษัทกำหนดและออกให้เพื่อวัตถุประสงค์ในการฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน (ตามนิยามในหัวข้อที่ 8.1) เพื่อดำเนินการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต
      (20) “การสมัครใช้บริการรับโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต” หมายถึง การสมัครใช้บริการรับโอนเงินระหว่างประเทศทางเว็บไซต์ของบริษัท
      (21) “การสมัครใช้บริการรับโอนเงินทางโทรศัพท์” หมายถึง การสมัครใช้บริการรับโอนเงินระหว่างประเทศทางโทรศัพท์
      (22) “สัญญารับโอนเงิน” หมายถึง สัญญารับโอนเงินที่ทำขึ้นจากใบสมัครใช้บริการรับโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตหรือใบสมัครใช้บริการรับโอนเงินทางโทรศัพท์
      (23) “SBI Remit NEOBANK” หมายถึง บริการซึ่งบริษัทในฐานะธนาคารตัวแทนของ SBI Sumishin Net Bank, Ltd. (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “SSNB”) เป็นตัวกลางในการเปิดบัญชีธนาคารให้แก่ลูกค้าที่สาขา SBI Remit ของ SBI Sumishin Net Bank (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “บัญชี SSNB”) และจัดการโอนเงินจากบัญชี SSNB เพื่อให้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน การได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชี SSNB และการส่งข้อมูลดังกล่าวให้แก่ลูกค้าภายในบริการนั้นเป็นไปตามที่ SSNB ส่งข้อมูลให้แก่บริษัท ไม่ใช่จากที่ลูกค้าส่งให้กับบริษัท

     

    หัวข้อที่ 3. (การใช้บริการ)

    • 1. ในการใช้บริการ ลูกค้าจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการลงทะเบียนสมัครสมาชิกล่วงหน้าตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 4 ถึง 7 เพื่อเป็นสมาชิกของบริษัท โดยจะจำกัดให้ลูกค้าแต่ละรายลงทะเบียนสมัครสมาชิกได้หนึ่ง (1) ครั้งเท่านั้น หากลูกค้าใช้บริการจะถือว่าลูกค้ายอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ โดยข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ลูกค้าสมัครลงทะเบียนเป็นสมาชิกตามข้อกำหนดในหัวข้อที่ 4 ถึง 7 นอกจากนี้ บุคคลดังต่อไปนี้อาจไม่สามารถใช้บริการได้
    (1) ผู้ที่ไม่มีภูมิลำเนาหรือที่พักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
    (2) ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นการชั่วคราว
    • 2. โดยหลักการแล้ว ลูกค้าสามารถใช้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยติดตั้งและใช้งานแอปพลิเคชันของบริษัทบนโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้
    • 3. โดยหลักการแล้ว ลูกค้าสามารถใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศทางอินเทอร์เน็ตได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงโดยรวมว่า “อุปกรณ์”) หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่บริษัทกำหนด
    • 4. โดยเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการโอนเงินโดยใช้บัตรเรมิตภายในช่วงเวลาที่สถาบันทางการเงินที่เป็นพันธมิตรของบริษัทกำหนด
    • 5 ลูกค้าสามารถใช้บริการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารภายในช่วงเวลาที่สถาบันทางการเงินที่เป็นพันธมิตรของบริษัทกำหนด ทั้งนี้โดยเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้
    • 6. แม้จะมีข้อกำหนดในการให้บริการตามที่ระบุไว้ใน 4 วรรคก่อนหน้า แต่บริษัทอาจหยุดหรือระงับ ยับยั้งการให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อดำเนินการซ่อมบำรุงระบบ หรือเพื่อดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นต่อการให้บริการ
    • 7. หากบริษัทหยุดให้บริการชั่วคราว จะมีการออกประกาศล่วงหน้าทางเว็บไซต์ของบริษัท อย่างไรก็ตามหากบริษัทเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนอันเนื่องมาจากปัญหาต่างๆ เช่น ระบบล่ม ฯลฯ บริษัทอาจหยุด หรือระงับยับยั้งการให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมดของระบบดังกล่าวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

     

     

    หัวข้อที่ 4 (ขั้นตอนการลงทะเบียนสมัครสมาชิกผ่านแอปพลิเคชัน)

    • 1. ในการสมัครใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ลูกค้าจะต้องลงทะเบียนเพื่อเป็นสมาชิกโดยใช้แอปพลิเคชันของบริษัทและทำตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด รวมทั้งยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
    • 2. การสมัครสำหรับการลงทะเบียนสมาชิกใหม่ในวรรคก่อนหน้าต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ นอกจากนี้บริษัทอาจติดต่อลูกค้าทางโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ หากมีความจำเป็น
    • (1) ลูกค้าต้องยืนยันความถูกต้องของอีเมลของตนโดยตั้งรหัสเข้าสู่ระบบและลงทะเบียนอีเมลของตนโดยใช้แอปพลิเคชันของบริษัท ลูกค้าที่ได้ยืนยันความถูกต้องของอีเมลของตนตามขั้นตอนนี้เรียบร้อยแล้วให้อ้างถึงในนาม “สมาชิกชั่วคราว”
      (2) หลังจากยืนยันความถูกต้องของอีเมลของตนแล้ว ให้ลูกค้าเข้าสู่ระบบโดยใช้ชื่อผู้ใช้ (username) ที่บริษัทกำหนดให้และใช้รหัสเข้าสู่ระบบที่ลูกค้าตั้งไว้ และตั้งรหัสทำรายการ
      (3) บริษัทต้องลงทะเบียนข้อมูลลูกค้า เช่น ภูมิลำเนา เป็นต้น (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “ข้อมูลสมาชิก”) และดำเนินการยืนยันตัวตนตามพระราชบัญญัติป้องกันการโอนเงินเพื่อใช้ในการประกอบอาชญากรรม (Act on Prevention of Transfer of Criminal Proceeds) (พรบ.ฉบับที่ 22 ปี 2007 รวมถึงฉบับแก้ไขที่ออกตามมาภายหลัง โดยหมายความถึงกฎหมายเดียวกันนี้เมื่อกล่าวถึงต่อไปในที่นี้) และพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการค้าต่างประเทศ (Foreign Exchange and Foreign Trade Act) (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงรวมกันในนาม “พระราชบัญญัติป้องกันการโอนเงินเพื่อใช้ในการประกอบอาชญากรรมและอื่นๆ”) การยืนยันตัวตนต้องดำเนินการตามวิธีที่บริษัทกำหนด
    • 3. หากบริษัทไม่สามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้ตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้า หรือหากบริษัทพยายามติดต่อลูกค้าแล้วไม่สามารถติดต่อได้ บริษัทจะไม่ลงทะเบียนให้ลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทอาจไม่ดำเนินการลงทะเบียนในกรณีที่บริษัทประเมินว่ามีความน่าสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลของลูกค้า โดยบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่ลูกค้าได้รับอันเนื่องมาจากการที่บริษัทปฏิเสธการลงทะเบียน
    • 4. บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบการลงทะเบียนให้แก่ลูกค้าที่ดำเนินการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว
    • 5. เมื่อลูกค้าผ่านการตรวจสอบการลงทะเบียนของบริษัทแล้ว ให้ถือว่าลูกค้าเป็นสมาชิกผู้ใช้บริการ
    • 6. ลูกค้าผู้ที่เป็นสมาชิกชั่วคราวอาจใช้ฟังก์ชันของแอปพลิเคชันของบริษัทได้ ดังต่อไปนี้
    • (1) การตรวจสอบอัตราการโอนเงิน
      (2) การจำลองการโอนเงิน
      (3) การลงทะเบียนผู้รับโอนเงิน

       

       

      หัวข้อที่ 5. (ขั้นตอนการลงทะเบียนสมัครสมาชิกทางอินเทอร์เน็ต)

      • 1. ในการสมัครใช้บริการทางอินเทอร์เน็ต ลูกค้าจะต้องลงทะเบียนเพื่อเป็นสมาชิกของบริษัทผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท โดยทำตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด ซึ่งรวมถึงการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิก
      • 2. หลังจากได้รับข้อมูลการสมัครตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้าแล้ว บริษัทจะตรวจสอบการลงทะเบียนตามแนวทางที่บริษัทกำหนด หากการลงทะเบียนได้รับการอนุมัติ บริษัทจะยืนยันตัวตนลูกค้าโดยวิธีที่บริษัทกำหนด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันการโอนเงินเพื่อใช้ในการประกอบอาชญากรรมและอื่นๆ และทำการตั้งรหัสเข้าสู่ระบบแบบชั่วคราวให้แก่ลูกค้า บริษัทอาจติดต่อลูกค้าทางโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็น
      • 3. หากบริษัทไม่สามารถดำเนินการยืนยันตัวตนตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้าได้ หรือหากบริษัทพยายามติดต่อลูกค้าแล้วไม่สามารถติดต่อได้ บริษัทจะไม่ลงทะเบียนให้ลูกค้า นอกจากนี้บริษัทอาจไม่ดำเนินการลงทะเบียนในกรณีที่บริษัทประเมินว่ามีความน่าสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลของลูกค้า โดยบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่ลูกค้าได้รับอันเนื่องมาจากการที่บริษัทปฏิเสธการลงทะเบียน
      • 4. ลูกค้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ตเรียบร้อยแล้วจะต้อง (1) เข้าสู่ระบบที่หน้าบริการในเว็บไซต์ของบริษัทโดยใช้รหัสเข้าสู่ระบบแบบชั่วคราวที่บริษัทออกให้ตามข้อกำหนดในข้อ 2. และชื่อในการเข้าสู่ระบบตามที่ระบุไว้ในการลงทะเบียนตามที่ระบุในข้อ 1. (2) ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลสมาชิกที่แจ้งต่อบริษัทในขั้นตอนการลงทะเบียน หากพบว่ามีข้อผิดพลาดหรือมีการเปลี่ยนแปลง ให้แจ้งข้อมูลที่ถูกต้องแก่บริษัทโดยวิธีการที่บริษัทกำหนด (3) ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ปรากฏบนหน้าบริการ และ (4) ทำตามขั้นตอนในการ (1) เปลี่ยนรหัสผ่านชั่วคราวเป็นรหัสเข้าสู่ระบบและ (2) ตั้งรหัสทำรายการ
      • 5. การลงทะเบียนสมาชิกจะสมบูรณ์เมื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการตั้งรหัสเข้าสู่ระบบและรหัสทำรายการตามที่ระบุในวรรคก่อนหน้าเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นจึงจะถือว่าลูกค้าเป็นสมาชิกผู้ใช้บริการ

       

       

      หัวข้อที่ 6. (ขั้นตอนการลงทะเบียนสมัครสมาชิกทางโทรศัพท์)

      • 1. ในการสมัครใช้บริการทางโทรศัพท์หรือช่องทางการสื่อสารอื่นใดที่ได้รับการอนุญาตจากบริษัท ลูกค้าจะต้องลงทะเบียนเพื่อเป็นสมาชิกของบริษัทโดยทำตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดซึ่งรวมถึงการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิก
      • 2. หลังจากได้รับข้อมูลการสมัครตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้าแล้ว บริษัทจะตรวจสอบการลงทะเบียนตามแนวทางที่บริษัทกำหนด หากการลงทะเบียนได้รับการอนุมัติ บริษัทจะยืนยันตัวตนลูกค้าโดยวิธีที่บริษัทกำหนดเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันการโอนเงินเพื่อใช้ในการประกอบอาชญากรรมและอื่นๆ และจะส่งเอกสารสำหรับทำรายการที่กำหนดไปให้ลูกค้า (ซึ่งอาจรวมถึงบัตรเรมิต) บริษัทอาจติดต่อลูกค้าทางโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็น
      • 3. เมื่อลูกค้าได้รับเอกสารสำหรับทำรายการโดยวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ 2. แล้วจึงจะถือว่าเป็นสมาชิกผู้ใช้บริการ
      • 4. หากบริษัทไม่สามารถดำเนินการยืนยันตัวตนตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้าได้ หรือหากบริษัทพยายามติดต่อลูกค้าตามที่ระบุไว้ในข้อ 2. ของหัวข้อนี้แต่ไม่สามารถติดต่อได้ บริษัทจะไม่ลงทะเบียนให้ลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทอาจไม่ดำเนินการลงทะเบียนในกรณีที่บริษัทประเมินว่ามีความน่าสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลของลูกค้า โดยบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่ลูกค้าได้รับอันเนื่องมาจากการที่บริษัทปฏิเสธการลงทะเบียน
      • 5. หากพบว่ามีข้อผิดพลาดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของสมาชิกที่ส่งให้บริษัทในขั้นตอนการลงทะเบียน ลูกค้าจะต้องแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องแก่บริษัททันที โดยใช้วิธีการที่บริษัทกำหนด

       

       

      หัวข้อที่ 7. (ขั้นตอนการลงทะเบียนสมัครสมาชิกด้วยตนเอง)

      • 1. ในการสมัครใช้บริการด้วยตนเอง ลูกค้าจะต้องลงทะเบียนเพื่อเป็นสมาชิกของบริษัทโดยทำตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด
      • 2. หลังจากได้รับข้อมูลการสมัครตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้าแล้ว บริษัทจะยืนยันตัวตนลูกค้าและตรวจสอบ การลงทะเบียนเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันการโอนเงินเพื่อใช้ในการประกอบอาชญากรรมและอื่นๆ และหากการลงทะเบียนได้รับการอนุมัติ บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยใช้วิธีการที่บริษัทกำหนด
      • 3. ลูกค้าผู้ได้รับแจ้งการอนุมัติตามวรรคก่อนหน้า จะเข้าเป็นสมาชิกผู้ใช้บริการ
      •  

         

        หัวข้อที่ 8. (บัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน)

        • 1. บริษัทจะจัดทำบัญชีให้ลูกค้าแต่ละรายที่เป็นสมาชิก (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “บัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน”) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเงินสำรองเพื่อใช้ในการโอนเงินและเงินที่จะได้รับจากการใช้บริการรับโอนเงิน (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “การรับโอนเงิน”)
      • 2. ลูกค้าที่ใช้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันหรือบริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตพึงฝากเงินในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน โดยวิธีการอันใดอันหนึ่งต่อไปนี้ เงินที่ฝากในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินจะต้องแปลงเป็นเงินสกุลเยนของประเทศญี่ปุ่น และลูกค้าพึงรับผิดชอบในการตรวจสอบว่าการฝากเงินสำรองเพื่อการโอนเงินในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินนั้นเสร็จสมบูรณ์
      • (1) โดยการโอนเงินผ่านธนาคารจากบัญชีธนาคารของลูกค้า (รวมถึงธนาคารไปรษณีย์ ประเทศญี่ปุ่น)
        (2) โดยการใช้ตั๋วชำระเงินที่ร้านสะดวกซื้อ
        (3) โดยการใช้บัตรฝากเงิน
      • 3. ลูกค้าที่ใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยมีการลงทะเบียนล่วงหน้านั้น พึงฝากเงินในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน โดยใช้บัตรเรมิตที่ บริษัทให้ยืม หรือโดยการโอนเงิน อนึ่ง เงินที่ฝากในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินจะต้องแปลงเป็นเงินสกุลเยนของประเทศญี่ปุ่น และลูกค้าพึงรับผิดชอบในการตรวจสอบว่าการฝากเงินสำรองเพื่อการโอนเงินในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินนั้นเสร็จสมบูรณ์
      • 4. ลูกค้าเข้าใจเป็นอย่างดีและยอมรับแล้วว่า เงินฝากในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินที่ลูกค้าฝากตามที่ระบุไว้ในหัวข้อนี้นั้น เป็นเพียงเงินฝากที่รับไว้ในฐานะเงินสำรองเพื่อการโอนเงิน และมีความแตกต่างจากการรับเงินฝาก การฝากแบบออมทรัพย์ หรือการฝากแบบประจำ ฯลฯ ที่ดำเนินการโดยธนาคาร (หมายถึงการฝากแบบประจำ ฯลฯ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 2 วรรคที่ 4 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการธนาคาร (Banking Act) (พรบ.ฉบับที่ 59 ค.ศ. 1981 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่ออกตามมา) โดยหมายความถึงกฏหมายเดียวกันนี้เมื่อกล่าวถึงต่อไปในที่นี้) และจะไม่มีการให้ดอกเบี้ยเงินฝากที่ฝากในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน และลูกค้าไม่พึงเก็บเงินไว้ในบัญชีนี้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือไปจากเพื่อการโอนเงิน
      •  

         

        หัวข้อที่ 9. (การยืนยันสถานะการใช้งาน ฯลฯ)

        • 1. ลูกค้าสามารถตรวจสอบบันทึกรายการในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน ยอดเงินสำรองเพื่อการโอนเงินในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน และบันทึกรายการการใช้บริการได้ในเว็บไซต์ของบริษัท
        • 2. บริษัทจะเก็บรักษาบันทึกรายการที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของลูกค้าเป็นระยะเวลาที่สมเหตุสมผล หากมีข้อสงสัยระหว่างบริษัทและลูกค้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดในการใช้บริการ ย่อมถือว่าบันทึกรายการของบริษัทนั้นมีผลสมบูรณ์ถูกต้อง

         

         

        หัวข้อที่ 10. (การคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงิน)

        • 1. ลูกค้าที่ใช้บริการสามารถรับคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงินจากบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินผ่านทางแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัท หรือโดยการดำเนินการตามขั้นตอนอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด
        • 2. วิธีคืนเงินในวรรคก่อนหน้าพึงจำกัดเฉพาะวิธีการโอนเงินผ่านธนาคารหรือบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อลูกค้า
        • 3. ลูกค้าพึงชำระค่าธรรมเนียมในการถอนเงินตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 38.1(4) เพื่อทำการถอนเงินตามที่กำหนดไว้ในสองวรรคก่อนหน้า
        • 4. บริษัทพึงได้รับค่าธรรมเนียมในการถอนเงินตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้าโดยการหักค่าธรรมเนียมในการถอนเงินดังกล่าวจากเงินสำรองเพื่อการโอนเงินที่จะคืนให้ลูกค้า
        •  

           

          หัวข้อที่ 10-2. (การคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงินในกรณีที่ไม่มีกำหนดการโอนเงิน)

          • 1. หากเงินสำรองเพื่อการโอนเงินของลูกค้ายังคงไม่ได้ถูกนำไปใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือหากยอดเงินสำรองเพื่อการโอนเงินของลูกค้าเกินกว่า 1,000,000 เยน บริษัทอาจติดต่อลูกค้าเพื่อสอบถามถึงกำหนดการโอนเงินของลูกค้าดังกล่าว ในกรณีเช่นนี้ หากบริษัทไม่ได้รับการตอบกลับจากลูกค้าเกี่ยวกับกำหนดการโอนเงินอย่างเป็นรูปธรรม หรือหากบริษัทไม่สามารถติดต่อลูกค้าได้ หรือหากบริษัทพิจารณาแล้วว่าไม่มีกำหนดการโอนเงินอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับยอดเงินคงเหลือทั้งหมดหรือบางส่วน บริษัทอาจคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงินทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่ลูกค้า โดยการคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงินในกรณีดังกล่าวจะต้องดำเนินการที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตามวิธีที่บริษัทกำหนดหลังจากดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดแล้ว
          • 2. ลูกค้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 38.1(5) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการคืนเงินตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้า บริษัทพึงได้รับการชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินดังกล่าวโดยหักจากยอดเงินสำรองเพื่อการโอนเงินที่จะคืนให้แก่ลูกค้า อย่างไรก็ตาม หากจำนวนค่าธรรมเนียมในการคืนเงินดังกล่าวเกินกว่ายอดเงินคงเหลือของบัญชีเงินสำรองเพื่อการโอนเงินที่ต้องคืน ลูกค้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินแยกต่างหาก นอกจากนี้ หากจำนวนเงินค่าธรรมเนียมในการคืนเงินนั้นสูงกว่ายอดเงินคงเหลือของบัญชีเงินสำรองเพื่อการโอนเงิน และไม่สามารถดำเนินการคืนเงินได้เนื่องจากลูกค้าไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินแยกต่างหาก หรือเนื่องจากไม่สามารถคืนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินที่ลูกค้ากำหนดได้ด้วยเหตุผลอื่นๆ บริษัทจะไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว
          •  

             

            หัวข้อที่ 11. (การจัดการเกี่ยวกับรหัสผ่าน ฯลฯ)

            • 1. หากลูกค้าใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการต่างๆ ลูกค้าพึงเข้มงวดในการจัดการชื่อผู้ใช้งาน รหัสเข้าสู่ระบบ และรหัสทำรายการของลูกค้า (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “รหัสผ่าน ฯลฯ” โดยรวมถึงชื่อผู้ใช้ด้วย) โดยจะถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าเองที่จะไม่ให้รหัสผ่านเป็นที่ล่วงรู้โดยบุคคลที่สาม และลูกค้าพึงที่จะไม่ให้ยืม ฝาก มอบหมาย หรือมอบรหัสผ่านให้แก่บุคคลที่สามเพื่อเป็นหลักประกัน
            • 2. หากลูกค้าทำรหัสผ่าน ฯลฯ หาย หรือมีความเป็นไปได้ที่บุคคลที่สามได้ล่วงรู้รหัสผ่าน ลูกค้าพึงดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่าน ฯลฯ โดยทันทีตามวิธีการที่บริษัทกำหนด
            • 3. บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ในกรณีที่เกิดความเสียหายจากการที่ลูกค้าละเมิดข้อกำหนดในวรรค 1 หรือจากการที่ลูกค้าทำให้รหัสผ่าน ฯลฯ ของตนเป็นที่ล่วงรู้แก่บุคคลที่สาม
            • 4. ลูกค้าพึงที่จะไม่ตั้งรหัสเข้าสู่ระบบและรหัสทำรายการให้เหมือนกับชื่อผู้ใช้ เหมือนกับชุดตัวเลขที่บริษัทกำหนดให้เพื่อระบุตัวตนของลูกค้า (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “หมายเลขลูกค้า”) เหมือนกับอีเมลของลูกค้า ประกอบด้วยตัวเลข ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ ตัวอักษรพิมพ์เล็กหรือสัญลักษณ์เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น หรือตัวเลขที่เรียงต่อกันตั้งแต่ 8 หลักขึ้นไป หรือรหัสอื่นใดที่บริษัทเห็นว่าไม่สมควร นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้หมายเลขโทรศัพท์หรือหมายเลขอื่นๆ ที่คาดเดาได้ง่าย และควรเปลี่ยนรหัสผ่าน ฯลฯ เป็นครั้งคราว
            • 5. ลูกค้าควรเปลี่ยนรหัสผ่าน ฯลฯ เป็นครั้งคราวตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดผ่านทางแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัท ในกรณีดังกล่าวบริษัทพึงยืนยันตัวตนของลูกค้าด้วยวิธีการตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 13.
            • 6. บริษัทพึงปฏิบัติตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดหากลูกค้าทำรหัสผ่าน ฯลฯ หาย หากลูกค้าไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยใช้รหัสผ่าน ฯลฯ ลูกค้าสามารถสมัครขอรับรหัสเข้าสู่ระบบแบบชั่วคราวได้โดยการแจ้งข้อมูลที่จำเป็นแก่บริษัทด้วยวิธีการที่บริษัทกำหนด หากบริษัทได้รับคำร้องขอรับรหัสดังกล่าวและยินยอมที่จะออกรหัสเข้าสู่ระบบแบบชั่วคราวให้แก่ลูกค้าแล้ว บริษัทจึงจะออกรหัสดังกล่าวให้แก่ลูกค้า เมื่อลูกค้าได้รับรหัสเข้าสู่ระบบแบบชั่วคราวแล้ว ลูกค้าพึงที่จะ (1) เปลี่ยนรหัสเข้าสู่ระบบแบบชั่วคราวเป็นรหัสเข้าสู่ระบบ และ (2) ตั้งรหัสทำรายการ
            • 7. หากลูกค้ากรอกรหัสที่แตกต่างไปจากรหัสเข้าสู่ระบบและรหัสทำรายการที่ลงทะเบียนไว้เป็นจำนวนครั้งเกินกว่าที่บริษัทกำหนด บริษัทพึงระงับการทำรายการด้วยรหัสผ่าน ฯลฯ ดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่บริษัทกำหนด
            •  

               

              หัวข้อที่ 12. (การจัดการเกี่ยวกับบัตรเรมิตและบัตรฝากเงิน)

              • 1. บริษัทพึงให้ยืมบัตรเรมิตแก่ลูกค้าที่ใช้บริการโอนเงินด้วยบัตรเรมิต นอกจากนี้ บริษัทพึงให้ลูกค้ายืมบัตรฝากเงิน สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตและประสงค์ที่จะใช้บัตรฝากเงิน
              • 2. บริษัทพึงรักษาความเป็นเจ้าของบัตรเรมิตหรือบัตรฝากเงิน ลูกค้าพึงจัดการดูแลบัตรเรมิตและบัตรฝากเงิน ชื่อลูกค้าและหมายเลขลูกค้า ฯลฯ (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “ข้อมูลบนบัตร”) ซึ่งปรากฏอยู่บนบัตรด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างดี
              • 3. ลูกค้าพึงที่จะไม่ใช้บัตรเรมิตและบัตรฝากเงินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือไปจากเพื่อใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ
              • 4. ลูกค้าพึงที่จะไม่ให้ยืม ฝาก มอบหมาย หรือมอบให้ซึ่งบัตรเรมิตหรือบัตรฝากเงินแก่บุคคลที่สามเพื่อเป็นหลักประกัน หรือฝาก หรืออนุญาตให้บุคคลที่สามใช้ข้อมูลบัตร
              • 5. ลูกค้าพึงที่จะไม่กระทำการ หรืออนุญาตให้ผู้อื่นกระทำการปลอมแปลงหรือดัดแปลงบัตรเรมิตหรือบัตรฝากเงิน
              • 6. ในกรณีที่บัตรเรมิตหรือบัตรฝากเงินสูญหาย ถูกลักขโมย เสียหายหรือเกิดร่องรอยบนหน้าบัตร หรือข้อมูลบัตรสูญหาย หรือถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการเปลี่ยนแปลง ฯลฯ ลูกค้าพึงที่จะดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดโดยทันที นอกจากนี้ หากลูกค้าก่อความเสียหายอันเนื่องมาจากกรณีดังกล่าว ทั้งบริษัทและตัวแทนย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากเหตุดังกล่าว。
              • 7. หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้า ลูกค้าสามารถขอให้มีการออกบัตรเรมิตหรือบัตรฝากเงินใหม่ได้
              • 8. บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงหมายเลขของลูกค้าที่แสดงบนบัตรเรมิตหรือบัตรฝากเงินหากบริษัทเห็นว่ามีความจำเป็นต่อการดำเนินการทางธุรกิจ เช่น การบริหารจัดการของบริษัทหรือการป้องกันข้อมูลบัตร ฯลฯ
              • 9. หากบริษัทมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าลูกค้าฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ หรือหากลูกค้าไม่ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ หรือหากบริษัทเห็นว่ามีความจำเป็นอื่นใด ลูกค้าจะต้องคืนบัตรเรมิตหรือบัตรฝากเงิน หรือตัดและทิ้งบัตรดังกล่าว
              • 10. ข้อกำหนดในหัวข้อที่ 12. พึงมีผลบังคับใช้ย้อนหลัง นับตั้งแต่เมื่อลูกค้าได้รับบัตรเรมิตหรือบัตรฝากเงิน
              •  

                 

                หัวข้อที่ 13. (การยืนยันตัวตนขณะทำรายการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันหรือโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต)

                • 1. บริษัทพึงยืนยันตัวตนลูกค้าที่ใช้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันหรือบริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตโดยการเปรียบเทียบรหัสผ่าน ฯลฯ ที่ลูกค้ากรอกขณะทำการเข้าสู่ระบบเพื่อเข้าสู่หน้าบริการในแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัท หรือขณะที่ใช้บริการ โดยตรวจสอบว่าตรงกันกับรหัสผ่านที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ตามที่ระบุในหัวข้อที่ 4.2 หรือหัวข้อที่ 5.4 หรือไม่
                • 2. หากลูกค้าได้รับการตรวจสอบว่าเป็นผู้ใช้งานที่ถูกต้องโดยอ้างอิงจากการยืนยันตัวตนตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้านี้ บริษัทย่อมถือว่าการทำรายการใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการตัดสินดังกล่าวนั้นมีผลสมบูรณ์ แม้จะมีการปลอมแปลง การดัดแปลง การลักขโมย การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือกรณีอื่นใดเกิดขึ้นก็ตาม โดยบริษัทและธนาคารตัวแทนย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากกรณีดังกล่าว
                •  

                   

                  หัวข้อที่ 14. (การยืนยันตัวตนขณะทำรายการโอนเงินด้วยบัตรเรมิต)

                  • 1. บริษัทพึงยืนยันตัวตนของลูกค้าที่ใช้บริการโอนเงินด้วยบัตรเรมิตในขณะที่ลูกค้าทำการฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินโดยใช้บัตรเรมิต
                  • 2. หากลูกค้าได้รับการตรวจสอบว่าเป็นผู้ใช้งานที่ถูกต้องโดยอ้างอิงจากการยืนยันตัวตนตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้า บริษัทย่อมถือว่าการทำรายการใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวนั้นมีผลสมบูรณ์ แม้จะมีการปลอมแปลง การดัดแปลง การลักขโมย การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือกรณีอื่นใดเกิดขึ้นกับบัตรเรมิตก็ตาม โดยบริษัทและตัวแทนย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากกรณีดังกล่าว
                  •  

                     

                    หัวข้อที่ 15. (การยืนยันตัวตนขณะทำรายการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร)

                    • 1. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินของลูกค้าที่มีไว้กับบริษัทนั้น บริษัทพึงยืนยันตัวตนของลูกค้าที่ใช้บริการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเมื่อลูกค้าทำการฝากเงินในสถาบันการเงินที่ทางบริษัทกำหนดโดยการโอนจากบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อลูกค้า หากลูกค้าได้รับการตรวจสอบว่าเป็นผู้ใช้งานที่ถูกต้อง โดยอ้างอิงจากการยืนยันตัวตนตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้า บริษัทย่อมถือว่าการทำรายการใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวนั้นมีผลสมบูรณ์ แม้จะมีการปลอมแปลง การดัดแปลง การลักขโมย การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือกรณีอื่นใดเกิดขึ้นกับบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินก็ตาม โดยบริษัทและตัวแทนย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากกรณีดังกล่าว
                    • 2. ลูกค้าที่ฝากเงินโดยวิธีที่กำหนดในวรรคก่อนหน้า พึงเก็บรักษาหมายเลขบัญชีที่ได้รับแจ้งจากบริษัทเป็นความลับสุดยอด และไม่เปิดเผยหรือแสดงหรือให้บุคคลที่สามใช้หมายเลขบัญชีดังกล่าว หากลูกค้าลืมหมายเลขบัญชี หรือมีโอกาสที่หมายเลขบัญชีของลูกค้าเป็นที่ล่วงรู้ต่อบุคคลที่สาม ลูกค้าพึงที่จะแจ้งให้แก่บริษัททราบทันทีและปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท
                    •  

                       

                      หัวข้อที่ 16. (การยืนยันตัวตนซ้ำ ฯลฯ)

                      แม้จะยืนยันตัวตนตามข้อกำหนดและเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว ทว่าหากมีความจำเป็นที่จะต้องยืนยันตัวตนลูกค้าอีกครั้งตามพระราชบัญญัติป้องกันการโอนเงินเพื่อใช้ในการประกอบอาชญากรรมและอื่นๆ ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือหากบริษัทเห็นว่ามีความจำเป็นอื่นใด ลูกค้าอาจได้รับการร้องขอให้ส่งเอกสารที่จำเป็นตามที่บริษัทกำหนดอีกครั้ง

                       

                      หัวข้อที่ 17. (การเปลี่ยนแปลงข้อมูลสมาชิก)

                      • 1. หากชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลสมาชิกของลูกค้าที่ได้แจ้งไว้ต่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข ลูกค้าพึงดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลสมาชิก
                      • 2. บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากลูกค้า แม้ว่าข้อมูลสมาชิกที่แจ้งต่อบริษัทนั้นเป็นข้อมูลของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกค้า
                      • 3. บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากลูกค้าอันเนื่องมาจากข้อผิดพลาดของข้อมูลสมาชิกที่แจ้งไว้ต่อบริษัท หรือเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลสมาชิก หรือจากการที่ลูกค้าไม่ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลสมาชิก
                      •  

                         

                        หัวข้อที่ 18. (วิธีการประกาศและแจ้งข้อมูล)

                        • 1. ลูกค้ายอมรับการประกาศหรือแจ้งข้อมูลใดๆ ของบริษัทตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ บริษัทพึงดำเนินการโดยการประกาศบนแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัท หรือโดยการส่งข้อความสั้น (SMS) หรืออีเมล หรือโดยวิธีอื่นๆ
                        • 2. ลูกค้ายอมรับว่า แม้ในกรณีที่การแจ้งข้อมูลดังกล่าวของบริษัทไปยังอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ หรือที่อยู่ของลูกค้านั้นล่าช้าหรือไม่สำเร็จอันเนื่องมาจากปัญหาด้านการสื่อสาร ข้อผิดพลาดหรือการไม่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลสมาชิก หรือเหตุอื่นใดอันไม่ได้เกิดจากบริษัท ย่อมถือว่าการแจ้งข้อมูลดังกล่าวนั้นได้ส่งถึงลูกค้าภายในเวลาที่การแจ้งข้อมูลดังกล่าวพึงจะถึงในกรณีปกติ
                        • 3. ลูกค้าสามารถลงทะเบียนอีเมลหลายอันได้เท่าที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทพึงส่งข้อมูลที่ลูกค้าเลือกไปยังอีเมลที่ลูกค้าระบุ เว้นแต่บริษัทจะกำหนดให้เป็นอย่างอื่น
                        • 4. ลูกค้ายอมรับว่าบริษัทอาจส่งเนื้อหาข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ คำอธิบายต่างๆ (รวมถึงการเปลี่ยนแปลง) คู่มือต่างๆ เนื้อหาสัญญา ประวัติการทำธุรกรรม ฯลฯ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทกำหนด เช่น เว็บไซต์ของบริษัท แอปพลิเคชันของบริษัท อีเมล ฯลฯ แทนการจัดส่งเป็นลายลักษณ์อักษร (ทางไปรษณีย์) ทั้งนี้ บางเอกสารอาจจัดส่งเป็นลายลักษณ์อักษร (ทางไปรษณีย์)
                        •  

                           

                          หัวข้อที่ 19. (ห้ามมิให้มีการมอบหมายหรือโอนสิทธิ์หรือจำนอง ฯลฯ)

                          • 1. ลูกค้าไม่สามารถมอบหมายหรือโอนสิทธิ์ ให้ยืม จำนอง หรือมอบสิทธิ์ให้แก่บุคคลที่สามซึ่งเกี่ยวข้องกับสถานะของลูกค้าในการทำรายการกับบริษัท หรือสิทธิอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการกับบริษัท หรืออนุญาตให้บุคคลที่สามใช้สิทธิดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากบริษัท
                          • 2. บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการที่ลูกค้าฝ่าฝืนข้อกำหนดในวรรคก่อนหน้า
                          •  

                             

                            หัวข้อที่ 20. (การต่อต้านกลุ่มผู้มีอิทธิพลซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย)

                            • 1. ลูกค้ารับรองว่า ในปัจจุบันตนเองและเจ้าหน้าที่ในองค์กร ฯลฯ ไม่เป็นกลุ่มองค์กรอาชญากรรม สมาชิกกลุ่มองค์กรอาชญากรรม บุคคลผู้เป็นสมาชิกกลุ่มองค์กรอาชญากรรมในระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ผู้ที่เป็นเสมือนสมาชิกกลุ่มองค์กรอาชญากรรม กิจการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มองค์กรอาชญากรรม องค์กรมิจฉาชีพ ฯลฯ กลุ่มบุคคลที่ดำเนินการภายใต้การอุปถัมภ์ของกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมและกลุ่มอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน องค์กรที่ใช้ความรุนแรงโดยใช้ความรู้เฉพาะด้าน หรือกลุ่มบุคคลอื่นๆ ที่มีความคล้ายคลึงกัน (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงโดยรวมว่า “สมาชิกกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ฯลฯ”) อีกทั้งลูกค้ารับรองว่าตนเองไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้และให้คำมั่นว่าจะไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้ในอนาคต
                            • (1) ความสัมพันธ์ที่พิจารณาได้ว่าลูกค้าถูกควบคุมโดยสมาชิกกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ฯลฯ
                              (2) ความสัมพันธ์ที่พิจารณาได้ว่าสมาชิกของกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ฯลฯ มีส่วนเกี่ยวข้องในสาระสำคัญต่อการบริหารจัดการของลูกค้า
                              (3) ความสัมพันธ์ที่พิจารณาได้ว่าลูกค้าใช้สมาชิกของกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ฯลฯ ในลักษณะที่ไม่ชอบธรรม โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการได้มาซึ่งผลกำไรที่ผิดกฎหมายเพื่อตนเอง หรือเพื่อบริษัทของตน หรือเพื่อบุคคลที่สาม หรือเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลที่สาม
                              (4) ความสัมพันธ์ที่พิจารณาได้ว่าลูกค้าเกี่ยวข้องกับสมาชิกกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ฯลฯ โดยการให้เงินสนับสนุนหรือเอื้อประโยชน์ หรือ
                              (5) เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดในองค์กรของลูกค้าที่เกี่ยวข้องในส่วนที่มีสาระสำคัญกับการบริหารจัดการนั้นมีความสัมพันธ์กับสมาชิกกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ฯลฯ ซึ่งเห็นได้ว่ามีลักษณะที่เป็นอันตรายต่อสังคม
                              • 2. ลูกค้าให้คำมั่นว่าจะไม่กระทำการหรือใช้ให้บุคคลที่สามกระทำการใดๆ ดังต่อไปนี้
                              • (1) การเรียกร้องที่ใช้ความรุนแรง
                                (2) การเรียกร้องที่ไม่มีเหตุผลและเกินขอบเขตความรับผิดชอบตามกฎหมาย
                                (3) การดำเนินการที่ใช้ความรุนแรงหรือข้อความข่มขู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม
                                (4) การเผยแพร่ข่าวลือ การใช้วิธีการฉ้อฉลหรือการใช้กำลังเพื่อสร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของบริษัทหรือธุรกิจของบริษัท หรือ
                                (5) การดำเนินการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันกับการดำเนินการที่ระบุไว้ข้างต้น
                              • 3. ในกรณีที่บริษัทได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากลูกค้าฝ่าฝืนข้อตกลงตามที่กำหนดไว้ในสองวรรคก่อนหน้า ลูกค้าต้องชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว
                              •  

                                 

                                หัวข้อที่ 21. (การยกเลิกสมาชิกภาพ ข้อจำกัดในการทำรายการ)

                                • 1. ลูกค้าสามารถยกเลิกสมาชิกภาพโดยวิธีการที่บริษัทกำหนด
                                • 2. หากเกิดกรณีดังต่อไปนี้กับลูกค้า บริษัทอาจยุติการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนแก่ลูกค้าโดยทันที หรืออาจยกเลิกสมาชิกภาพโดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า เงินสำรองเพื่อการโอนที่ฝากไว้ในบัญชีขณะที่มีการยกเลิกสมาชิกภาพตามวรรคนี้ ย่อมถูกดำเนินการตามข้อกำหนดในวรรค 5 ในกรณีดังกล่าว บริษัทไม่มีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงเหตุผลในการยุติการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเหตุผลในการยกเลิกสมาชิกภาพ
                                • (1) ลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนด หรือมีการฟ้องร้องให้เริ่มกระบวนการล้มละลาย กระบวนการฟื้นฟูสถานะทางการเงินของพลเมือง กระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร หรือกระบวนการเลิกกิจการในกรณีพิเศษ
                                  (2) มีการส่งคำสั่งหรือประกาศอายัดทรัพย์ชั่วคราว อายัดทรัพย์ต่อเนื่อง หรืออายัดทรัพย์
                                  (3) การรับมรดกได้เริ่มขึ้น
                                  (4) ไม่สามารถรู้ได้ถึงหลักแหล่งที่อยู่ของลูกค้า
                                  (5) ลูกค้าไม่ได้ใช้บริการเป็นเวลาเกินกว่าสองปี
                                  (6) พิจารณาได้ว่ามีการใช้บริการเพื่อการดำเนินการที่ละเมิดกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือระเบียบและศีลธรรมอันดีของประชาชน (รวมถึงการกระทำผิดทางอาญา เช่น การพนันในกาสิโนออนไลน์)
                                  (7) เป็นที่ปรากฏว่าลูกค้าไม่มีตัวตนอยู่จริง หรือลูกค้าไม่ได้ลงทะเบียนด้วยความประสงค์ของตนเอง
                                  (8) เป็นที่ปรากฏว่าข้อมูลที่ส่งให้บริษัทนั้นเป็นข้อมูลเท็จหรือเอกสารที่ส่งให้นั้นเป็นเอกสารปลอม
                                  (9) ไม่มีการส่งเอกสารที่จำเป็น (เช่น บัตรประจำตัวผู้พำนัก (ไซริวการ์ด)) ตามที่มีการร้องขอให้จัดส่งอีกครั้งเพื่อยืนยันตัวตนซ้ำ ฯลฯ ตามที่ระบุในหัวข้อที่ 16 (รวมถึงกรณีที่บริษัทไม่ได้รับการติดต่อภายในวันที่บริษัทกำหนด หรือมีการส่งจดหมายเพื่อขอให้ส่งเอกสารไปยังที่อยู่ที่ลูกค้าให้ไว้แต่จดหมายถูกตีกลับเนื่องจากไม่สามารถนำส่งได้ หรือบริษัทไม่สามารถติดต่อลูกค้าด้วยหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ได้)
                                  (10) เกิดกรณีที่เป็นเหตุให้ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับบริษัท
                                  (11) ลูกค้าละเมิดข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้หรือข้อกำหนดใดๆ เกี่ยวกับการทำรายการ
                                  (12) ลูกค้าฝ่าฝืนหรือต้องสงสัยว่าฝ่าฝืนข้อตกลงในหัวข้อที่ 20.1 หรือ 20.2
                                  (13) บริษัทขอความร่วมมือในการสัมภาษณ์เพื่อเป็นการเฝ้าระวังเกี่ยวกับการทำธุรกรรมตามที่ระบุในหัวข้อที่ 40.1 หรือขอให้มีการส่งเอกสารประกอบผลการสัมภาษณ์ดังกล่าวตามที่ระบุในหัวข้อที่ 40.2 แต่ลูกค้าปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือส่งเอกสารประกอบ (รวมถึงกรณีที่บริษัทไม่ได้รับการติดต่อภายในวันที่บริษัทกำหนดหรือมีการส่งจดหมายเพื่อขอให้ส่งเอกสารไปยังที่อยู่ที่ลูกค้าให้ไว้แต่จดหมายถูกตีกลับ เนื่องจากไม่สามารถนำส่งได้ หรือบริษัทไม่สามารถติดต่อลูกค้าด้วยหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ได้)
                                  (14) เมื่อบริษัทพิจารณาเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องยกเลิกสมาชิกภาพ อันเป็นผลมาจากการเฝ้าระวังหรือการสืบสวนอันเป็นไปตามข้อกำหนดในหัวข้อที่ 40
                                  (15) มีการโอนเงินโดยใช้เงินของบุคคลที่สาม หรือ
                                  (16) มีเหตุผลอันสมควรนอกเหนือไปจากที่กล่าวไว้ข้างต้นในการที่บริษัทจะยุติการให้บริการ
                                  • 3. บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดต่อสมาชิก อันเนื่องมาจากการยุติการให้บริการหรือการยกเลิกสมาชิกภาพตามที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้า
                                  • 4. หากลูกค้าประสงค์ที่จะยกเลิกสมาชิกภาพอันเนื่องมาจากมีการยุติการให้บริการตามที่ระบุในวรรคที่ 2 ของหัวข้อนี้ ลูกค้าพึงยื่นคำขอต่อบริษัทโดยวิธีการที่บริษัทกำหนด ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจกำหนดให้มีการส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อการยืนยันตัวตนหรือการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็น
                                  • 5. หากมียอดเงินอยู่ในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินในขณะที่มีการยกเลิกสมาชิกภาพตามที่ระบุในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ บริษัทย่อมคืนยอดเงินคงเหลือดังกล่าวให้แก่ลูกค้า โดยการคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงินในกรณีดังกล่าวจะต้องดำเนินการที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตามวิธีที่บริษัทกำหนดหลังจากดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดแล้ว
                                  • 6. ลูกค้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 38.1(5) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการคืนเงินตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้า บริษัทพึงได้รับการชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินดังกล่าวโดยการหักค่าธรรมเนียมจากยอดเงินสำรองเพื่อการโอนเงินที่จะทำการคืนให้ลูกค้า โดยหากจำนวนเงินค่าธรรมเนียมในการคืนเงินดังกล่าวนั้นมากกว่ายอดเงินคงเหลือในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินที่จะคืนให้แก่ลูกค้า ลูกค้าต้องชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินแยกต่างหาก นอกจากนี้ หากจำนวนเงินค่าธรรมเนียมในการคืนเงินนั้นสูงกว่ายอดเงินคงเหลือของบัญชีเงินสำรองเพื่อการโอนเงินและไม่สามารถดำเนินการคืนเงินได้เนื่องจากลูกค้าไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินแยกต่างหาก หรือเนื่องจากไม่สามารถคืนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินที่ลูกค้ากำหนดได้ด้วยเหตุผลอื่นๆ บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว
                                  •  

                                     

                                    หัวข้อที่ 22. (การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ปกครองสำหรับผู้ใหญ่)

                                    • 1. หากลูกค้าอยู่ในความช่วยเหลือ หรืออยู่ในความพิทักษ์ หรืออยู่ในการปกครองตามคำพิพากษาของศาลครอบครัว ลูกค้าพึงแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงชื่อและข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ เกี่ยวกับผู้ปกครองสำหรับผู้ใหญ่โดยทันที
                                    • 2. หากศาลครอบครัวแต่งตั้งให้มีผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้งโดยสมัครใจ ลูกค้าพึงแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงชื่อและข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ ของผู้ควบคุมดูแลผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้งโดยสมัครใจนี้โดยทันที
                                    • 3. หากลูกค้าได้รับการตัดสินอยู่ก่อนแล้วว่าให้อยู่ในความช่วยเหลือ ความพิทักษ์หรือการปกครอง หรือผู้ควบคุมดูแลผู้ปกครองสำหรับผู้ใหญ่นั้นได้รับการแต่งตั้งอยู่ก่อนแล้ว ให้ลูกค้าแจ้งให้บริษัททราบในลักษณะเดียวกันกับที่ระบุไว้ในวรรคที่ 1 และ 2 ข้างต้น
                                    • 4. นอกจากนี้ ลูกค้าพึงแจ้งให้บริษัททราบหากข้อมูลใดๆ ที่ให้ไว้ตามวรรคที่ 1 ถึง 3 ข้างต้นมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง
                                    • 5. ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อมูลตามที่ระบุในวรรคที่ 1 ถึง 4 ข้างต้น บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ลูกค้าไม่แจ้งข้อมูลดังกล่าว
                                    •  

                                       

                                      หัวข้อที่ 23. (การป้องกันความเสียหายในกรณีระบบล่ม หรือภัยธรรมชาติ ฯลฯ)

                                      • 1. บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากลูกค้าหรือบุคคลที่สามอันเป็นผลมาจากกรณีต่อไปนี้
                                      • (1) ความล่าช้าในการให้บริการหรือการที่ไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากสาเหตุที่ไม่ได้เกิดจากบริษัท อันเป็นเหตุสุดวิสัย เช่น ภัยธรรมชาติ เพลิงไหม้ หรือเหตุจลาจล ฯลฯ หรือเหตุขัดข้องเกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสาร สายเชื่อมต่อหรือคอมพิวเตอร์ของลูกค้า หรือผู้ให้บริการการสื่อสารทางไกล หรือบุคคลที่สามอื่นๆ ที่การสื่อสารถูกรบกวน หรือการดำเนินการใดๆของศาลหรือหน่วยงานราชการ
                                        (2) ความล่าช้าในการให้บริการหรือการที่ไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากเหตุขัดข้องเกี่ยวกับอุปกรณ์การสื่อสาร สายเชื่อมต่อหรือคอมพิวเตอร์ ฯลฯ แม้ว่าระบบปฏิบัติการของบริษัทจะมีมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสมแล้วก็ตาม
                                        (3) ความล่าช้าในการให้บริการหรือการที่ไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากสาเหตุที่มาจากลูกค้าหรือบุคคลที่สาม เช่น การที่ชื่อผู้รับโอนเงินไม่ถูกต้อง ฯลฯ
                                        • 2. บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากการที่รหัสผ่านหรือข้อมูลในการทำรายการของลูกค้ารั่วไหล ฯลฯ อันเนื่องมาจากสายโทรศัพท์สาธารณะ สายโทรศัพท์ส่วนตัว การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ถูกดักฟัง ฯลฯ แม้ว่าบริษัทจะมีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสมแล้วก็ตาม
                                        •  

                                           

                                          หัวข้อที่ 24.(ความรับผิด)

                                          • 1. ทั้งบริษัทและธนาคารตัวแทนไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ความเสียหายโดยอ้อม หรือความเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่อง หรือการสูญเสียผลประโยชน์ ฯลฯ ที่เกิดขึ้นจากลูกค้าซึ่งเกี่ยวข้องกับบริการ อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดนี้ไม่บังคับใช้ในกรณีที่บริษัทหรือธนาคารตัวแทนกระทำโดยเจตนาหรือประมาทอย่างร้ายแรง
                                          • 2. ทั้งบริษัทและธนาคารตัวแทนไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใดๆ ที่เกินกว่า (1) จำนวนเงินที่โอนและค่าธรรมเนียมการโอนเงินที่ลูกค้าชำระ หรือ (2) จำนวนเงินที่ลูกค้าได้รับโอนจากการใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดนี้ไม่บังคับใช้ในกรณีที่บริษัทหรือธนาคารตัวแทนกระทำโดยเจตนาหรือประมาทอย่างร้ายแรง
                                          • 3. ทั้งบริษัทและธนาคารตัวแทนไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายต่อความล่าช้า การไม่ส่ง การไม่ชำระเงินหรือการชำระเงินไม่ครบจำนวน ฯลฯ อันเนื่องมาจากสาเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท เช่น เหตุผลทางกฎหมายของประเทศที่ได้โอนเงินไป อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดนี้ไม่บังคับใช้ในกรณีที่บริษัทหรือธนาคารตัวแทนกระทำโดยเจตนาหรือประมาทอย่างร้ายแรง
                                          •  

                                             

                                            หัวข้อที่ 25. (การใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขโดยอนุโลม)

                                            กรณีใดๆ ว่าด้วยการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริการระหว่างบริษัทและลูกค้าที่ไม่ได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ให้ดำเนินการตามข้อกำหนดอื่นๆ ว่าด้วยการทำธุรกรรมที่บริษัทกำหนดขึ้นเพิ่มเติม โดยข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติมที่บริษัทกำหนดนั้นพึงได้รับการประกาศในแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัท

                                             

                                            หัวข้อที่ 26. (การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข)

                                            บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของข้อกำหนดและเงื่อนไขเหล่านี้ ในกรณีนี้ บริษัทจะทำการประกาศเนื้อหาและการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ รวมไปถึงวันที่มีผลบังคับใช้ ลงในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของบริษัท และนับจากวันที่มีผลบังคับใช้ ให้ดำเนินการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ตามที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง

                                             

                                            หัวข้อที่ 27. (กฎหมายที่บังคับใช้และเขตอำนาจศาลตามที่ได้ตกลงกัน)

                                            • 1. การทำธุรกรรมระหว่างบริษัทและลูกค้าตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ย่อมอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายประเทศญี่ปุ่น
                                            • 2. หากมีความจำเป็นที่จะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีระหว่างบริษัทและลูกค้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ศาลเมืองโตเกียวมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินคดีในระดับชั้นต้น
                                            • 3. ในกรณีที่มีความแตกต่างในการตีความข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ระหว่างฉบับแปลกับฉบับภาษาญี่ปุ่น ให้ยึดตามความหมายในฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก
                                            •  

                                               

                                              หัวข้อที่ 28. (การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล)

                                              • 1. ลูกค้าตกลงให้บริษัทจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตามที่ระบุไว้ใน “นโยบายความเป็นส่วนตัว” และ “การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล” ของบริษัท
                                              • 2. ให้ประกาศ “นโยบายความเป็นส่วนตัว” และ “การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล” ของบริษัทในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของบริษัท
                                              •  

                                                 

                                                หัวข้อที่ 28-2 (ข้อกำหนดพิเศษสำหรับ SBI Remit NEOBANK)

                                                • 1. ลูกค้าผู้ใช้บริการ SBI Remit NEOBANK ยอมรับว่า บริษัทอาจจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการยืนยันตัวตนตามหัวข้อที่ 4 ให้แก่ SSNB อีกทั้งลูกค้ายังยอมรับด้วยว่า บริษัทอาจจัดส่งข้อมูลของลูกค้าให้แก่ SSNB ตามความจำเป็นเพื่อให้บริการนี้หรือบริการ SBI Remit NEOBANK
                                                • 2. ลูกค้าผู้ใช้บริการ SBI Remit NEOBANK ยอมรับว่า SSNB อาจแจ้งชื่อบัญชีธนาคารและเลขบัญชีธนาคารของลูกค้าให้แก่บริษัท บริษัทต้นสังกัด (Host Company) และหน่วยงานที่กำกับดูแล เมื่อการเปิดบัญชีธนาคารที่ SSNB เสร็จสมบูรณ์
                                                • 3. การฝากเงินไปยังบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินของลูกค้าผู้ใช้บริการ SBI Remit NEOBANK พึงกระทำได้เพียงการโอนเงินจากบัญชี SSNB ในชื่อของลูกค้าเท่านั้น ทั้งนี้ เงินที่ฝากในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินจะต้องแปลงเป็นเงินสกุลเยนของประเทศญี่ปุ่น
                                                • 4. ลูกค้าที่ใช้บริการ SBI Remit NEOBANK ยอมรับว่าบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลการโอนเงินของลูกค้าให้แก่ผู้รับจ้างภายนอกของบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ผู้รับจ้างภายนอกตรวจสอบค่าธรรมเนียมการส่งและสถานะการโอนเงินของสมาชิกที่ได้รับการแนะนำ
                                                • 5. เมื่อบริษัทได้รับแบบฟอร์มแจ้งการเดินทางกลับประเทศของลูกค้าผู้ใช้บริการ SBI Remit NEOBANK จากหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทย่อมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับแบบฟอร์มแจ้งการเดินทางกลับประเทศดังกล่าวกับ SSNB
                                                • 6. ในกรณีที่ลูกค้าผู้ใช้บริการ SBI Remit NEOBANK เข้าข่ายตามหัวข้อที่ 21.2(4) หรือ 21.2(9) บริษัทจะต้องแจ้งให้ SSNB ทราบว่า ลูกค้าเข้าข่ายตามข้อกำหนดดังกล่าว
                                                • 7. ให้ลูกค้าผู้ใช้บริการ SBI Remit NEOBANK ชำระค่าธรรมเนียมการโอนและค่าธรรมเนียมการดำเนินการตามที่กำหนด ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมได้ตามลิงก์ด้านล่าง
                                                  (URL:https://www.remit.co.jp/kaigaisoukin/exchangeratecommission/commission/
                                                  บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ในหัวข้อนี้ หลังจากที่ได้แจ้งล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทเกี่ยวกับวันที่และเนื้อหาที่มีการเปลี่ยนแปลง
                                                  (1) ค่าธรรมเนียมการโอนระหว่างบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการโอนเงินที่ต้องชำระจากบัญชี SSNB ของลูกค้าไปยังบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินเมื่อสมัครโอนเงินในบริการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยหักออกจากบัญชี SSNB ของลูกค้าแยกต่างหากจากจำนวนเงินโอนและค่าธรรมเนียมการโอนเงิน
                                                  (2) ค่าธรรมเนียมการดำเนินการเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการ เช่น การสนับสนุนในระหว่างที่ใช้บริการ การปิดบัญชีเมื่อเดินทางกลับประเทศ หรือการดำเนินการโอนเงินกลับประเทศหลังจากเดินทางกลับประเทศแล้ว โดยหักออกจากบัญชี SSNB ของลูกค้าในเดือนถัดไปหลังจากเปิดบัญชี
                                                • 8. หากลูกค้าเข้าข่ายกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ SSNB อาจโอนยอดเงินคงเหลือทั้งหมดในบัญชี SSNB ของลูกค้ามายังบริษัทเพื่อให้บริษัทคืนยอดเงินคงเหลือในบัญชี SSNB ดังกล่าวให้แก่ลูกค้า ในกรณีนี้ บริษัทจะนำฝากยอดเงินคงเหลือทั้งหมดของบัญชี SSNB ของลูกค้าซึ่งได้รับโอนมาจาก SSNB เข้าบัญชีเงินสำรองเพื่อการโอนเงินของลูกค้า และหลังจากที่การนำฝากเงินดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว บริษัทจะคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงินทั้งหมดให้แก่ลูกค้า การคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงินในกรณีดังกล่าวจะต้องดำเนินการที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตามวิธีที่บริษัทกำหนดหลังจากดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดแล้ว
                                                  (1) ลูกค้าเดินทางกลับประเทศของตนหลังจากที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทและ SSNB กำหนดแล้ว หรือ
                                                  (2) ลูกค้าเข้าข่ายเหตุแห่งการยกเลิกบัญชีตามที่ SSNB กำหนด (ยกเว้นกรณีตามข้อก่อนหน้า)
                                                • 9. ลูกค้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 38.1(5) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการคืนเงินตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้า บริษัทพึงได้รับการชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินดังกล่าวโดยการหักจากยอดเงินสำรองเพื่อการโอนเงินที่จะคืนให้แก่ลูกค้า อย่างไรก็ตาม หากจำนวนค่าธรรมเนียมในการคืนเงินดังกล่าวเกินกว่ายอดเงินคงเหลือของเงินสำรองเพื่อการโอนเงินที่ต้องคืน ลูกค้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินแยกต่างหาก นอกจากนี้ หากจำนวนเงินค่าธรรมเนียมในการคืนเงินนั้นสูงกว่ายอดเงินคงเหลือของบัญชีเงินสำรองเพื่อการโอนเงิน และไม่สามารถดำเนินการคืนเงินได้เนื่องจากลูกค้าไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียมในการคืนเงินแยกต่างหาก หรือเนื่องจากไม่สามารถคืนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินที่ลูกค้ากำหนดได้ด้วยเหตุผลอื่นๆ บริษัทจะไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว
                                                •  

                                                   

                                                  บทที่ 2 (บริการโอนเงินระหว่างประเทศ)

                                                   

                                                    หัวข้อที่ 29. (การสมัครใช้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันหรือบริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต)

                                                    • 1. ลูกค้าพึงใช้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันหรือบริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตโดยการเปิดแอปพลิเคชันหรือเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัทตามวิธีการและขั้นตอนการดำเนินการตามที่บริษัทกำหนด เมื่อสมัครใช้บริการโอนเงินจะต้องระบุวัตถุประสงค์ในการโอนเงินและยืนยันตัวตนโดยใช้รหัสผ่าน ฯลฯ
                                                    • 2. เมื่อบริษัทได้รับการสมัครทำรายการโอนเงินจากลูกค้าและเห็นว่าเป็นการสมัครโอนเงินจากลูกค้าที่เป็นไปตามข้อกำหนดในหัวข้อที่ 13 แล้ว บริษัทพึงส่งรายละเอียดการสมัครทำรายการที่ได้รับ กลับคืนไปยังที่อยู่สำหรับติดต่อลูกค้า
                                                    • 3. ลูกค้าพึงตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดที่ได้รับกลับคืนมาจากบริษัทตามที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้า หากข้อมูลถูกต้อง ให้ลูกค้าตอบกลับไปยังบริษัท โดยระบุว่าลูกค้าได้ยืนยันข้อมูลตามขั้นตอนตามที่บริษัทกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อมูลการสมัครดังกล่าวโดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด
                                                    • 4. ให้ลูกค้าตอบกลับข้อความจากบริษัทตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้าโดยเร็ว หากบริษัทไม่ได้รับการตอบกลับภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด บริษัทย่อมถือว่าลูกค้าได้ยกเลิกการสมัครโอนเงินแล้ว
                                                    • 5. การสมัครขอโอนเงินของลูกค้าโดยใช้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน หรือบริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตย่อมมีผลสมบูรณ์เมื่อบริษัทได้รับการตอบกลับตามที่กำหนดในวรรคที่ 3 ของหัวข้อนี้ภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนดและเมื่อการประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ของบริษัทนั้นเสร็จสิ้น
                                                    • 6. หลังการสมัครขอโอนเงินในวรรคก่อนหน้าเสร็จสมบูรณ์ บริษัทพึงตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครให้เป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด หากบริษัทเห็นว่าไม่มีปัญหาใดๆ จึงจะยอมรับการสมัครขอโอนเงินของลูกค้า อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบการสมัครใช้บริการพบว่า เมื่อคำนวณค่าธรรมเนียมฝากเงินและค่าธรรมเนียมในการโอนเงินแล้ว ไม่สามารถโอนเงินในจำนวนที่ลูกค้าร้องขอได้ บริษัทอาจถือว่าการสมัครโอนเงินนั้นทำได้ในจำนวนที่ใกล้เคียงที่สุดกับจำนวนที่ระบุในใบสมัคร แล้วจึงอนุมัติการสมัครโอนเงินของลูกค้า โดยลูกค้ายอมรับล่วงหน้าว่ารายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครขอโอนเงินนั้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลดังกล่าว
                                                    • 7. บริษัทพึงแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการยอมรับตามที่กล่าวไว้ในวรรคก่อนหน้า จากนั้นสัญญาการดำเนินการโอนเงินระหว่างประเทศ (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “สัญญาโอนเงิน”) ระหว่างบริษัทและลูกค้าพึงถูกจัดทำขึ้นเมื่อลูกค้าได้รับการแจ้งข้อมูลดังกล่าว
                                                    • 8. หากบริษัทเห็นว่ารายละเอียดในการสมัครขอโอนเงินนั้นมีปัญหาบางประการหลังจากได้มีการตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในวรรค 6 ของหัวข้อนี้ บริษัทจะไม่ยอมรับการสมัครขอโอนเงินดังกล่าว และจะถือว่าลูกค้าได้ยกเลิกการสมัครนั้น บริษัทพึงแจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับผลการตรวจสอบด้วยวิธีการที่บริษัทกำหนด
                                                    • 9. ถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าที่จะตรวจสอบให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ลูกค้าใช้ในการทำธุรกรรมนั้นสามารถใช้งานได้ตามปกติ ทางบริษัทจะไม่รับรองว่าอุปกรณ์ของลูกค้านั้นสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ หากมีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากการที่อุปกรณ์ใช้งานไม่ได้ตามปกติ บริษัทไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายดังกล่าว
                                                    • 10. นอกจากความเสียหายอันเกิดจากการสมัครขอโอนเงินซึ่งถูกยกเลิกตามข้อกำหนดในหัวข้อนี้ที่บริษัทไม่ต้องรับผิดแล้วนั้น บริษัทไม่จำเป็นต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากการที่ลูกค้ากรอกข้อมูลผิดหรือปัญหาเกี่ยวกับรายละเอียดในการสมัครใช้บริการ

                                                   

                                                   

                                                  หัวข้อที่ 30. (การฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินสำหรับการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน)

                                                  • 1. หากลูกค้าสมัครโอนเงินโดยใช้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันตามที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 29 ให้ลูกค้าฝากเงินสำรองสำหรับโอนเงินในจำนวนที่จำเป็นต่อการโอน โดยฝากเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินตามวิธีการที่เลือกขณะทำการสมัครโอนเงินดังกล่าว บริษัทไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อการไม่ได้ทำการโอนเงินในกรณีที่มียอดเงินไม่เพียงพอในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน
                                                  • 2. หากบริษัทไม่สามารถยืนยันได้ว่าลูกค้ามีการฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินภายในวันสุดท้ายที่กำหนดให้ต้องฝากเงิน (หรือวันทำการวันถัดไปหากวันสุดท้ายในการฝากเงินตรงกับวันหยุดของบริษัท) ให้ถือว่าลูกค้ายกเลิกการสมัครโอนเงินโดยใช้บริการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน
                                                  •  

                                                     

                                                    หัวข้อที่ 31 (การฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินสำหรับการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต)

                                                    • 1. หากลูกค้าสมัครโอนเงินโดยใช้บริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตตามที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 29 ให้ลูกค้าฝากเงินสำรองสำหรับโอนเงินในจำนวนที่จำเป็นต่อการโอน โดยฝากเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินตามวิธีการที่เลือกขณะทำการสมัครโอนเงินดังกล่าว บริษัทไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อการไม่ได้ทำการโอนเงินในกรณีที่มียอดเงินไม่เพียงพอในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน
                                                    • 2. เมื่อทำการสมัครโอนเงินโดยใช้บริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต หากลูกค้าเลือกที่จะฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินที่ร้านสะดวกซื้อ ให้ลูกค้าฝากเงินตามจำนวนที่ต้องการโอนรวมถึงค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 38 เข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “กำหนดวันสุดท้ายของการฝากเงิน”) หลังจากการสมัครขอโอนเงินดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้ว
                                                    • 3. หากบริษัทไม่สามารถยืนยันได้ว่าลูกค้ามีการฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินภายในวันสุดท้ายที่กำหนดให้ต้องฝากเงิน (หรือวันทำการวันถัดไปหากวันสุดท้ายของการฝากเงินตรงกับวันหยุดของบริษัท) ให้ถือว่าลูกค้ายกเลิกการสมัครโอนเงินโดยใช้บริการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ต
                                                    •  

                                                       

                                                      หัวข้อที่ 32. (การสมัครใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยมีการลงทะเบียนล่วงหน้า)

                                                      • 1. หากลูกค้าที่ใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยมีการลงทะเบียนล่วงหน้า ได้ทำการฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินด้วยวิธีที่สอดคล้องกับบริการที่ใช้ บริษัทย่อมถือว่าลูกค้าได้สมัครโอนเงินไปยังผู้รับโอนเงินที่ลูกค้าได้ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าแล้ว
                                                      • 2. เมื่อได้มีการฝากเงินในวรรคก่อนหน้าภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด และการประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ของบริษัทเสร็จสิ้นแล้ว การสมัครโอนเงินของลูกค้าโดยใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยมีการลงทะเบียนล่วงหน้าก็จะเสร็จสมบูรณ์
                                                      • 3. หลังการสมัครขอโอนเงินในวรรคก่อนหน้าเสร็จสมบูรณ์ บริษัทพึงตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครให้เป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด หากบริษัทเห็นว่าไม่มีปัญหาใดๆ จึงจะยอมรับการสมัครขอโอนเงินของลูกค้า
                                                      • 4. บริษัทพึงแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการยอมรับตามที่กล่าวไว้ในวรรคก่อนหน้า จากนั้นสัญญาการโอนเงินระหว่างประเทศระหว่างบริษัทและลูกค้าจะถูกจัดทำขึ้นเมื่อลูกค้าได้รับการแจ้งข้อมูลดังกล่าว
                                                      • 5. หากบริษัทเห็นว่ารายละเอียดในการสมัครขอโอนเงินนั้นมีปัญหาบางประการหลังจากได้มีการตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้า บริษัทย่อมที่จะไม่อนุมัติการสมัครขอโอนเงินดังกล่าว และจะถือว่าลูกค้าได้ยกเลิกการสมัครนั้น บริษัทพึงแจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับผลการตรวจสอบด้วยวิธีการที่บริษัทกำหนด
                                                      • 6. นอกจากความเสียหายอันเกิดจากการสมัครขอโอนเงินซึ่งถูกยกเลิกตามข้อกำหนดในหัวข้อนี้ที่บริษัทไม่ต้องรับผิดแล้วนั้น บริษัทไม่จำเป็นต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากการที่ลูกค้ากรอกข้อมูลผิดหรือปัญหาเกี่ยวกับรายละเอียดในการสมัครใช้บริการ
                                                      •  

                                                         

                                                        หัวข้อที่ 33. (การดำเนินการโอนเงิน)

                                                        • 1. เมื่อมีการจัดทำสัญญาโอนเงินแล้ว บริษัทพึงดำเนินการด้วยตนเองหรือผ่านธนาคารตัวแทนตามขั้นตอนการโอนเงินโดยรวดเร็ว
                                                        • 2. ลูกค้ายินยอมให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าต่อธนาคารตัวแทนและสถาบันการเงินซึ่งเป็นตัวกลางในการโอนเงินระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามขั้นตอนการโอนเงิน (1) เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ (2) เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำการตลาดร่วมภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต หรือ (3) เพื่อปฏิบัติตามนโยบายป้องกันการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และคำร้องขออื่นๆ ทางกฎหมายหรือทางปกครอง นอกจากนี้ ลูกค้ายินยอมให้ธนาคารตัวแทนแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวกับธนาคารตัวแทนอื่นๆ หรือบริษัทแม่ หรือบริษัทในเครือ (รวมถึงบริษัทที่ดำเนินธุรกิจนอกประเทศญี่ปุ่น)
                                                        • 3. บริษัทและธนาคารตัวแทนย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดจากลูกค้า เนื่องมาจากการดำเนินการในวรรคก่อนหน้า ยกเว้นในกรณีที่บริษัทหรือธนาคารตัวแทนกระทำความผิดโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
                                                        • 4. จำนวนเงินสูงสุดที่สามารถโอนได้ต่อครั้ง จำนวนเงินรวมที่สามารถโอนได้ทั้งหมดต่อปี และจำนวนครั้งที่สามารถโอนได้ต่อเดือน จะถูกกำหนดแยกกันโดยบริษัท โปรดตรวจสอบจาก URL ด้านล่างนี้
                                                          (URL: https://www.remit.co.jp/kaigaisoukin/service/flowindividual/
                                                          (URL: https://www.remit.co.jp/kaigaisoukin/service/flowcorporation/
                                                        • 5. บริษัทพึงดำเนินการโอนเงินระหว่างประเทศไปยังธนาคารตัวแทนโดยเป็นไปตามระยะเวลาดำเนินการตามมาตรฐานในการโอนเงินระหว่างประเทศตามที่กำหนดไว้ในหน้าเว็บไซต์ดังต่อไปนี้ โดยนับตั้งแต่มีการจัดทำสัญญาโอนเงิน
                                                          (URL: https://www.remit.co.jp/correspondent/
                                                        •  

                                                           

                                                          หัวข้อที่ 34. (การรับโอนเงิน)

                                                          • 1. เงินที่โอนจากลูกค้าตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ย่อมได้รับโอนตามข้อกำหนดที่ธนาคารตัวแทนระบุไว้ ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจนและยอมรับว่า เมื่อผู้รับโอนเงินได้รับเงินดังกล่าว อาจมีการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมอื่นๆ นอกเหนือไปจากค่าธรรมเนียมที่บริษัทกำหนด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของประเทศปลายทางหรือของธนาคารตัวแทน ลูกค้าสามารถตรวจสอบวิธีการและข้อจำกัดในการโอนเงินของแต่ละประเทศ/ธนาคารตัวแทนได้ที่หน้าเว็บไซต์ของบริษัทตามลิงค์ด้านล่างนี้
                                                            (URL: https://www.remit.co.jp/kaigaisoukin/remittancearea/
                                                          • 2. ผู้รับโอนเงินจะได้รับเงินที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินจากธนาคารตัวแทนทันทีที่การโอนเงินระหว่างประเทศตามที่ระบุในหัวข้อที่ 33.5 นั้นเสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายอมรับแล้วว่าอาจใช้เวลาหลายวันนับจากวันที่มีการจัดทำสัญญาโอนเงินจนถึงวันที่ผู้รับโอนเงินจะได้รับเงิน อันเนื่องมาจากกรณีต่อไปนี้
                                                          • (1) เป็นช่วงนอกเวลาทำการของธนาคารตัวแทน
                                                            (2) ธนาคารตัวแทนต้องใช้เวลาหลายวันในการประมวลผลในระบบ
                                                            (3) การโอนเงินถูกระงับตามดุลยพินิจของธนาคารตัวแทน
                                                            (4) ประเทศของผู้รับโอนเงินหรือธนาคารตัวแทนมีข้อกำหนดพิเศษให้ดำเนินการตามขั้นตอนเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ข้างต้น
                                                            • 3. ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทหรือสถานที่ติดต่อของบริษัท (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “สถานที่ติดต่อ”) ซึ่งระบุไว้ในหัวข้อที่ 49
                                                            •  

                                                               

                                                              หัวข้อที่ 35. (หมายเลขอ้างอิง)

                                                              • 1. หากลูกค้าเลือกรับโอนเงินที่สถานที่ทำการของธนาคารตัวแทน บริษัทหรือธนาคารตัวแทนพึงแจ้งให้ลูกค้าหรือผู้รับโอนเงินทราบถึงหมายเลขอ้างอิงที่ออกให้โดยบริษัทหรือธนาคารตัวแทน (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “หมายเลขอ้างอิง”) โดยหมายเลขอ้างอิงกับหมายเลขที่บริษัทส่งให้ลูกค้าหลังจากมีการจัดทำสัญญาโอนเงินนั้นอาจแตกต่างกัน
                                                              • 2. จำเป็นต้องใช้หมายเลขอ้างอิงในกรณีต่อไปนี้
                                                              • (1) เพื่อให้ผู้รับโอนเงินสามารถรับเงินที่ลูกค้าโอนได้ (เมื่อมีการกำหนดไว้ตามกฎหมายท้องถิ่น)
                                                                (2) เพื่อให้ลูกค้าตรวจสอบสถานะการโอนเงินตามที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 34.3 หรือ
                                                                (3) เพื่อให้ลูกค้ายกเลิกการสมัครขอโอนเงินหรือยุติสัญญาโอนเงินตามที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 39
                                                                • 3. ลูกค้าพึงดูแลจัดการหมายเลขอ้างอิงด้วยวิธีการเดียวกันกับการดูแลจัดการรหัสผ่าน ฯลฯ ตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 11.1 และพึงแจ้งให้ผู้รับเงินดูแลจัดการหมายเลขอ้างอิงด้วยวิธีการเดียวกัน หากมีความเป็นไปได้ว่าบุคคลที่สามได้ล่วงรู้หมายเลขอ้างอิง ให้ลูกค้าแจ้งให้บริษัททราบด้วยวิธีการที่บริษัทกำหนดโดยทันที โดยก่อนหน้าที่จะมีการแจ้งข้อมูลดังกล่าวนั้น บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากลูกค้าหรือผู้รับโอนเงิน อันเนื่องมาจากการที่ลูกค้าหรือผู้รับโอนเงินทำให้หมายเลขอ้างอิงเป็นที่ล่วงรู้แก่บุคคลที่สาม
                                                                • 4. ให้ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบในการแจ้งให้ผู้รับโอนเงินทราบถึงหมายเลขอ้างอิง โดยบริษัทย่อมไม่มีหน้าที่ใดๆ เกี่ยวกับการแจ้งหมายเลขอ้างอิงแก่ผู้รับโอนเงิน และบริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากลูกค้าหรือผู้รับโอนเงิน อันเนื่องมาจากการที่ลูกค้าไม่ได้แจ้งให้ผู้รับโอนเงินทราบหมายเลขอ้างอิง
                                                                •  

                                                                   

                                                                  หัวข้อที่ 36. (การยุติสัญญาโอนเงิน)

                                                                  • 1. หากพิจารณาเห็นว่าอาจเกิดกรณีต่อไปนี้ ก่อนที่ผู้รับโอนเงินจะได้รับเงินตามสัญญาโอนเงิน บริษัทอาจยุติสัญญาโอนเงินนั้นทันที ลูกค้ายอมรับแล้วว่าในบางกรณี บริษัทอาจไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับเหตุผลในการยุติดังกล่าว ในกรณีเช่นนั้น เงินที่ลูกค้าได้ทำการสมัครขอโอนเงินและเงินในจำนวนเทียบเท่ากับค่าธรรมเนียมในการโอนเงินตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 38.1(1) ย่อมถูกฝากเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินของลูกค้า (อย่างไรก็ตามย่อมไม่มีการคืนเงินในจำนวนเทียบเท่ากับค่าธรรมเนียมในการฝากเงิน) ลูกค้ายอมรับแล้วว่า หากบริษัทยุติสัญญาโอนเงินภายใต้สภาวการณ์ในข้อ (1) หรือ (4) บริษัทย่อมที่จะไม่คืนเงินที่ลูกค้าได้ทำการสมัครขอโอนเงินและเงินในจำนวนเทียบเท่ากับค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน
                                                                  • (1) หากการโอนเงินของลูกค้าละเมิดกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือหากการทำรายการแลกเปลี่ยนเงินตรานั้นถูกระงับโดยรัฐบาลญี่ปุ่น
                                                                    (2) หากเกิดหรือมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงคราม ความไม่สงบทางการเมือง ภัยธรรมชาติ ข้อพิพาท แรงงาน การจลาจล การโจมตีโดยผู้ก่อการร้าย
                                                                    (3) หากธนาคารตัวแทนมีเหตุหรืออาจมีเหตุให้ต้องอายัดทรัพย์สิน ระงับการชำระเงิน หรือเกิดเหตุการณ์อันเป็นมูลเหตุในการเริ่มกระบวนการล้มละลาย มูลเหตุในการเริ่มกระบวนการฟื้นฟูสถานะทางการเงินของพลเมือง มูลเหตุในการเริ่มกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร มูลเหตุในการเริ่มกระบวนการเลิกกิจการในกรณีพิเศษ หรือมูลเหตุในการเริ่มกระบวนการล้มละลายอื่นๆ
                                                                    (4) หากเห็นได้ว่าการโอนเงินของลูกค้านั้นเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือมีมูลเหตุอื่นๆ ที่เท่าเทียมกัน
                                                                    (5) การโอนเงินนั้นถูกปฏิเสธตามการพิจารณาของธนาคารตัวแทน
                                                                    (6) เกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งตามที่ระบุในหัวข้อที่ 21.2
                                                                    • 2. อย่างไรก็ตาม ในกรณีของการรับเงินที่สถานที่ทำการของธนาคารตัวแทน หากผู้รับเงินไม่มารับเงินภายในวันที่ 90 หลังจากที่มีการจัดทำสัญญาโอนเงิน (นับรวมวันดังกล่าว) เงินตามจำนวนที่สรุปในสัญญาโอนเงินนั้นย่อมถูกริบโดยธนาคารตัวแทนและผู้รับโอนเงินจะไม่สามารถรับเงินดังกล่าวได้ ในกรณีเช่นนี้ ลูกค้าจะต้องดำเนินการเพื่อยุติสัญญาโอนเงินตามที่กำหนดในหัวข้อที่ 39 เพื่อขอรับเงินดังกล่าวคืน
                                                                    • 3. บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดจากลูกค้าอันเนื่องมาจากการยุติสัญญาโอนเงินตามที่ระบุในสองวรรคก่อนหน้า
                                                                    •  

                                                                       

                                                                      หัวข้อที่ 37 (การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสำหรับบริการโอนเงินระหว่างประเทศ)

                                                                      • 1. ให้ลูกค้าสมัครขอโอนเงินด้วยบริการโอนเงินระหว่างประเทศของบริษัท โดยใช้สกุลเงินเยนของประเทศญี่ปุ่น
                                                                      • 2. เมื่อทำการสมัครขอโอนเงิน ให้ลูกค้ากำหนดจำนวนเงินที่จะได้รับในสกุลเงินที่บริษัทกำหนด (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “สกุลเงินรับโอน”) อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการกำหนดดังกล่าว การจ่ายเงินแก่ผู้รับโอนเงินนั้นอาจกระทำโดยมีการแปลงเป็นเงินในสกุลที่ธนาคารตัวแทนกำหนด (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “การแปลงสกุลเงินครั้งที่สอง”)
                                                                      • 3. หากจำนวนเงินที่จะได้รับนั้น ระบุให้เป็นจำนวนเงินในสกุลเงินรับโอนตามที่ระบุในวรรคก่อนหน้า ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ข้างล่างนี้ ณ เวลาที่มีการจัดทำสัญญาโอนเงิน ลูกค้าพึงตระหนักว่าเวลาที่มีการจัดทำสัญญาโอนเงินนั้น หมายถึงเวลาที่บริษัทยืนยันการสมัครขอโอนเงินของลูกค้าโดยเห็นว่าไม่มีปัญหาใดๆ และยอมรับการสมัครดังกล่าว โดยมิได้หมายความถึงเวลาที่ลูกค้าสมัครขอโอนเงินเสร็จสมบูรณ์แล้ว อย่างไรก็ตาม ในกรณีของการรับเงินที่สถานที่ที่ทำการของธนาคารตัวแทน หากมีการจ่ายเงินโอนในระหว่างวันที่ 45 (นับรวมวันดังกล่าว) ถึงวันที่ 90 หลังจากที่มีการจัดทำสัญญาโอนเงิน (นับรวมวันดังกล่าว) ให้ใช้อัตราการแลกเปลี่ยน ณ เวลาที่มีการจ่ายเงิน
                                                                        (URL: https://ires.remit.co.jp/IRESWeb/Exchange_Rate.jsf
                                                                      • 4. บริษัทพึงแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในบริการโอนเงินระหว่างประเทศที่ลูกค้าสมัครใช้
                                                                      • 5. หากมีการแปลงสกุลเงินครั้งที่สองตามที่ระบุในเงื่อนไขในหัวข้อที่ 37.2 เงินสำหรับการโอนของลูกค้าจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินรับโอน จากนั้นธนาคารตัวแทนจึงทำการแปลงสกุลเงินครั้งที่สองให้เป็นอีกสกุลหนึ่งตามที่ธนาคารตัวแทนกำหนด อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการแปลงสกุลเงินครั้งที่สองย่อมเป็นอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของธนาคารตัวแทน
                                                                      •  

                                                                         

                                                                        หัวข้อที่ 38 (ค่าธรรมเนียม ฯลฯ)

                                                                        • 1. ลูกค้าพึงชำระค่าธรรมเนียมต่อไปนี้ตามที่บริษัทกำหนดเมื่อมีการใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมได้ในหน้าเว็บไซต์ข้างล่างนี้
                                                                          (URL:https://www.remit.co.jp/kaigaisoukin/exchangeratecommission/commission/
                                                                        • (1) ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน
                                                                          (2) ค่าธรรมเนียมในการฝากเงิน
                                                                          (3) ค่าธรรมเนียมในการยกเลิกการโอนเงิน
                                                                          (4) ค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน และ
                                                                          (5) ค่าธรรมเนียมในการคืนเงิน
                                                                          • 2. ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินตามที่ระบุในหัวข้อที่ 38.1(1) ถือเป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระในการโอนเงิน และย่อมถูกหักจากจำนวนเงินที่ฝากไว้ในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินเมื่อมีการสมัครใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ
                                                                          • 3. ค่าธรรมเนียมในการฝากเงินตามที่ระบุในหัวข้อที่ 38.1(2) ถือเป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระในการฝากเงินเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน และย่อมถูกหักจากจำนวนเงินที่ฝากไว้ในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน
                                                                          • 4. ค่าธรรมเนียมในการยกเลิกการโอนเงินตามที่ระบุในหัวข้อที่ 38.1(3) ถือเป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระในกรณีที่ไม่สามารถทำการโอนเงินได้เนื่องมาจากความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลของลูกค้าหรือความผิดพลาดใดๆ ในการสมัครใช้บริการ และย่อมถูกหักจากจำนวนเงินที่ฝากไว้ในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงิน
                                                                          • 5. ค่าธรรมเนียมในการถอนเงินตามที่ระบุในหัวข้อที่ 38.1(4) เป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระในการโอนเงินจากบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของลูกค้า และย่อมถูกหักจากยอดเงินที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินดังกล่าว
                                                                          • 6. ค่าธรรมเนียมในการคืนเงินตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 38.1(5) เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระในการคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงินตามข้อกำหนดในหัวข้อที่ 10-2.1, 21.5 และ 28-2.8 ซึ่งจะต้องถูกหักจากยอดเงินสำรองเพื่อการโอนเงินที่จะคืนให้แก่ลูกค้า หากยอดเงินคงเหลือของบัญชีเงินสำรองเพื่อการโอนเงินไม่เพียงพอ บริษัทจะต้องได้รับชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวแยกต่างหากโดยวิธีการที่บริษัทกำหนด
                                                                          • 7. บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ในวรรค 1 ข้างต้นโดยแจ้งวันที่และรายละเอียดในการเปลี่ยนแปลงในเว็บไซต์ของบริษัทให้ทราบล่วงหน้า
                                                                          •  

                                                                             

                                                                            หัวข้อที่ 39. (การยกเลิกการสมัครขอโอนเงิน ฯลฯ)

                                                                            • 1. ลูกค้าสามารถยกเลิกการสมัครขอโอนเงินและยุติสัญญาโอนเงินได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากธนาคารตัวแทน
                                                                            • 2. ในกรณีที่ลูกค้ายกเลิกการสมัครขอโอนเงินหรือยุติสัญญาโอนเงินตามที่ระบุในวรรคก่อนหน้า บริษัทพึงคืนเงินสำหรับการโอนและจำนวนเงินที่เทียบเท่าค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน โดยโอนเข้าบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินของลูกค้าในสกุลเงินเยนของประเทศญี่ปุ่น ในกรณีดังกล่าว ย่อมไม่มีการคืนเงินในจำนวนเทียบเท่ากับค่าธรรมเนียมในการฝากเงิน อย่างไรก็ตาม อาจไม่มีการคืนค่าธรรมเนียมในการโอนเงินหรืออาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการยกเลิกการโอนเงิน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับธนาคารตัวแทน
                                                                            • 3. ในกรณีของการรับเงินที่สถานที่ทำการของธนาคารตัวแทน หากผู้รับเงินไม่มารับเงินภายในวันที่ 90 หลังจากที่มีการจัดทำสัญญาโอนเงิน (นับรวมวันดังกล่าว) ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่สามารถรับเงินได้ตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 36.2 มีผลให้สัญญาโอนเงินถูกยุตินั้น จะไม่มีการคืนเงินเป็นจำนวนเทียบเท่าค่าธรรมเนียมในการโอนเงินและค่าธรรมเนียมในการฝากเงิน
                                                                            •  

                                                                               

                                                                              หัวข้อที่ 40. (การดำเนินการเฝ้าระวัง)

                                                                              • 1. เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติป้องกันการโอนเงินเพื่อใช้ในการประกอบอาชญากรรมและอื่นๆ บริษัทพึงดำเนินการเฝ้าระวังการใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศของลูกค้าตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด และหากบริษัทเห็นว่ามีความจำเป็น บริษัทอาจทำการสัมภาษณ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เช่น วัตถุประสงค์ในการโอนเงิน ความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับผู้รับโอนเงิน และรายได้ของลูกค้า ด้วยวิธีการที่บริษัทกำหนด เช่น ทางโทรศัพท์
                                                                              • 2. จากผลการสัมภาษณ์ในวรรคก่อนหน้า หากบริษัทเห็นว่ามีความจำเป็น บริษัทอาจขอให้ลูกค้าส่งเอกสารที่บริษัทเห็นว่าเหมาะสมในการสนับสนุนข้อเท็จจริงที่ได้จากการสัมภาษณ์ในวรรคก่อนหน้า
                                                                              • 3. จากผลการสืบสวนในสองวรรคก่อนหน้า บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงวงเงินในการโอน หรือระงับการใช้บริการโอนเงินของลูกค้า หรือยกเลิกการลงทะเบียนของลูกค้าตามที่ระบุในหัวข้อที่ 21
                                                                              •  

                                                                                 

                                                                                บทที่ 3 (บริการรับโอนเงินระหว่างประเทศ)

                                                                                 

                                                                                หัวข้อที่ 41. (การสมัครขอรับโอนเงินทางเว็บไซต์)

                                                                              • 1. ลูกค้าพึงทำการสมัครขอรับโอนเงินทางเว็บไซต์ โดยการเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัทด้วยวิธีการและขั้นตอนการดำเนินการตามที่บริษัทกำหนด ในการสมัครขอรับโอนเงินทางเว็บไซต์จะต้องระบุวัตถุประสงค์ในการโอนเงินและยืนยันตัวตนโดยใช้รหัสผ่าน ฯลฯ
                                                                              • 2. เมื่อบริษัทได้รับการสมัครขอรับโอนเงินทางเว็บไซต์จากลูกค้าและตระหนักได้ว่าเป็นการสมัครใช้บริการของลูกค้าตามเงื่อนไขในหัวข้อที่ 13 แล้ว บริษัทพึงส่งกลับข้อมูลรายละเอียดในการสมัครขอรับโอนเงินทางเว็บไซต์ที่ได้รับไปยังที่อยู่สำหรับติดต่อลูกค้า
                                                                              • 3. ลูกค้าพึงตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดที่ได้รับกลับคืนมาจากบริษัทตามที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้า หากข้อมูลถูกต้อง ให้ลูกค้าตอบกลับไปยังบริษัทโดยระบุว่าลูกค้าได้ยืนยันข้อมูลตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อมูลการสมัครดังกล่าวโดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด
                                                                              • 4. ให้ลูกค้าตอบกลับข้อความของบริษัทตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้าโดยเร็ว หากบริษัทไม่ได้รับการตอบกลับดังกล่าวภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด บริษัทย่อมถือว่าลูกค้าได้ยกเลิกการสมัครแล้ว
                                                                              • 5. การสมัครขอรับโอนเงินทางเว็บไซต์ของลูกค้าโดยใช้บริการรับโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตนั้น ย่อมมีผลสมบูรณ์เมื่อบริษัทได้รับการตอบกลับตามที่กำหนดในวรรคที่ 3 ของหัวข้อนี้ภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด และเมื่อการประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ของบริษัทนั้นเสร็จสิ้น
                                                                              • 6. หลังการสมัครขอรับโอนเงินทางเว็บไซต์ในวรรคก่อนหน้าเสร็จสมบูรณ์ บริษัทพึงตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครให้เป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด หากบริษัทเห็นว่าไม่มีปัญหาใดๆ ก็จะยอมรับการสมัครใช้บริการของลูกค้า สัญญารับโอนเงินระหว่างบริษัทและลูกค้าจะถูกจัดทำขึ้นเมื่อลูกค้าได้รับการแจ้งข้อมูลดังกล่าว บริษัทพึงแจ้งผลการตรวจสอบให้ลูกค้าทราบด้วยวิธีการที่บริษัทกำหนด
                                                                              • 7. หลังจากสัญญารับโอนเงินตามที่ระบุในวรรคก่อนหน้าได้รับการจัดทำแล้ว ลูกค้าจะไม่สามารถยุติสัญญารับโอนเงินนี้ได้
                                                                              • 8. หากบริษัทเห็นว่ารายละเอียดในการสมัครขอรับโอนเงินนั้นมีปัญหาบางประการหลังจากที่ได้มีการตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในวรรค 6 ของหัวข้อนี้ บริษัทย่อมที่จะไม่อนุมัติการสมัครดังกล่าว และจะถือว่าลูกค้าได้ยกเลิกการสมัครนั้น บริษัทพึงแจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับผลการตรวจสอบด้วยวิธีการที่บริษัทกำหนด
                                                                              • 9. ถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าที่จะตรวจสอบให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ลูกค้าใช้ในการทำธุรกรรมนั้นสามารถใช้งานได้ตามปกติ และบริษัทย่อมไม่สามารถรับรองว่าอุปกรณ์ของลูกค้านั้นสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ หากมีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากการที่อุปกรณ์ใช้งานไม่ได้ตามปกติ บริษัทย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายดังกล่าว
                                                                              • 10. นอกจากความเสียหายอันเกิดจากการสมัครขอรับโอนเงินซึ่งถูกยกเลิกตามข้อกำหนดในหัวข้อนี้ที่บริษัทไม่ต้องรับผิดแล้วนั้น บริษัทไม่จำเป็นต้องรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดจากการที่ลูกค้ากรอกข้อมูลผิดหรือปัญหาเกี่ยวกับรายละเอียดในการสมัครใช้บริการ
                                                                              •  

                                                                                 

                                                                                หัวข้อที่ 42. (การสมัครขอรับโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์)

                                                                                • 1. การสมัครรับโอนเงินทางโทรศัพท์ย่อมกระทำได้โดยการที่ลูกค้าที่เป็นสมาชิกติดต่อมาทางโทรศัพท์ ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีของลูกค้าจะถูกตรวจสอบด้วยวิธีการที่บริษัทกำหนดเพื่อยืนยันว่าชื่อบัญชีนั้นตรงกับชื่อลูกค้า การสมัครขอรับโอนเงินทางโทรศัพท์จำเป็นจะต้องมีการแจ้งวัตถุประสงค์ในการโอนเงิน และยืนยันตัวตนด้วยวิธีการที่บริษัทกำหนด
                                                                                • 2. แม้จะมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ดังที่ระบุในวรรคก่อนหน้าก็ตาม บริษัทอาจปฏิเสธที่จะยอมรับใบสมัครของลูกค้าในการขอรับโอนเงินทางโทรศัพท์ในกรณีต่อไปนี้
                                                                                • (1) หากลูกค้าไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็นในประเด็นต่างๆ ที่จะต้องตรวจสอบตามที่บริษัทกำหนด
                                                                                  (2) หากวัตถุประสงค์ในการโอนเงินตามที่ระบุในวรรคก่อนหน้านั้นผิดกฎหมาย หรือ
                                                                                  (3) หากไม่มีการนำส่งเอกสารอย่างเป็นทางการที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่กำหนดในกฎหมายหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศและการเสียภาษีในประเทศญี่ปุ่นหรือเอกสารรับรองการอนุญาต ฯลฯ ในกรณีที่จำเป็นจะต้องได้รับการอนุญาตในการทำธุรกรรมภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด
                                                                                  • 3. ลูกค้ายินยอมให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าต่อธนาคารตัวแทนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามขั้นตอนการรับโอนเงินทางโทรศัพท์ ตามนโยบายป้องกันการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และคำร้องขออื่นๆ ทางกฎหมายหรือทางปกครองนอกจากนี้ ลูกค้ายินยอมให้ธนาคารตัวแทนของบริษัทแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวกับธนาคารตัวแทนอื่นๆ หรือบริษัทแม่ หรือบริษัทในเครือ
                                                                                  • 4. บริษัทและธนาคารตัวแทนย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดจากลูกค้า อันเนื่องมาจากการดำเนินการในวรรคก่อนหน้า ยกเว้นในกรณีที่บริษัทหรือตัวแทนกระทำความผิดโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
                                                                                  •  

                                                                                     

                                                                                    หัวข้อที่ 43. (การรับโอนเงิน)

                                                                                    • 1. บริษัทย่อมโอนเงินคงเหลือหลังหักจำนวนเงินค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในวรรคถัดไปออกจากจำนวนเงินที่รับโอนตามความตกลงใช้บริการรับโอนเงินที่ได้มีการจัดทำเป็นสัญญา โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อลูกค้าซึ่งได้มีการลงทะเบียนไว้ก่อนหน้า หากสัญญารับโอนเงินนั้นมีการจัดทำก่อน 15:00 น.จะมีการโอนเงินในวันทำการถัดจากวันที่มีการจัดทำสัญญา หรือสองวันทำการหลังการจัดทำสัญญารับโอนเงินหากการจัดทำสัญญานั้นมีขึ้นหลังเวลา 15:00 น.
                                                                                    • 2. บริษัทมีการกำหนดค่าธรรมเนียมในการรับเงินโอนไว้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมได้ที่หน้าเว็บไซต์ข้างล่างนี้
                                                                                      (URL: https://www.remit.co.jp/kaigaisoukin/exchangeratecommission/commission/
                                                                                    • 3. จำนวนเงินสูงสุดที่สามารถรับโอนได้ต่อครั้ง จำนวนเงินรวมที่สามารถรับโอนได้ทั้งหมดต่อปี และจำนวนครั้งที่สามารถรับโอนได้ต่อเดือน จะถูกกำหนดแยกกันโดยบริษัท โปรดตรวจสอบรายละเอียดจาก URL ด้านล่างนี้
                                                                                      (URL: https://www.remit.co.jp/kaigaisoukin/service/flowindividual/
                                                                                      (URL: https://www.remit.co.jp/kaigaisoukin/service/flowcorporation/
                                                                                    • 4. หากลูกค้าสมัครขอรับโอนเงิน ลูกค้าสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัทและตรวจสอบสถานะการรับโอนเงินได้บนหน้าจอที่บริษัทกำหนด
                                                                                    • 5. ลูกค้ายินยอมให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าต่อธนาคารตัวแทนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามขั้นตอนการรับโอนเงิน (1) เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ลูกค้า (2) เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำการตลาดร่วมภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต หรือ (3) เพื่อปฏิบัติตามนโยบายป้องกันการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และคำร้องขออื่นๆ ทางกฎหมายหรือทางปกครอง นอกจากนี้ ลูกค้ายินยอมให้ตัวแทนของบริษัทแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวกับตัวแทนอื่นๆ หรือบริษัทแม่ หรือบริษัทในเครือ (รวมถึงบริษัทที่ดำเนินธุรกิจนอกประเทศญี่ปุ่น) เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น
                                                                                    • 6. บริษัทและธนาคารตัวแทนย่อมไม่ต้องรับผิดใดๆ ต่อความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดจากลูกค้า อันเนื่องมาจากการดำเนินการในวรรคก่อนหน้า ยกเว้นในกรณีที่บริษัทหรือตัวแทนกระทำความผิดโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
                                                                                    •  

                                                                                       

                                                                                      หัวข้อที่ 44. (การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ)

                                                                                      • 1. การรับโอนเงินย่อมดำเนินการโดยใช้เงินสกุลเยนของประเทศญี่ปุ่น
                                                                                      • 2. อัตราแลกเปลี่ยนเงินที่จะรับโอนจากสกุลเงินท้องถิ่นเป็นเงินสกุลเยนของประเทศญี่ปุ่นนั้น ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารตัวแทนกำหนดเมื่อมีการสมัครโอนเงินโดยฝ่ายที่ขอใช้บริการโอนเงิน และการแปลงสกุลเงินพึงกระทำโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนนี้
                                                                                      •  

                                                                                         

                                                                                        หัวข้อที่ 45. (การยุติการทำธุรกรรม)

                                                                                        บริษัทอาจยุติการทำธุรกรรม แม้จะมีการจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินไปแล้ว ด้วยเหตุผลเนื่องมาจากการพบข้อผิดพลาดหรือความคลาดเคลื่อนในสัญญารับโอนเงินที่จัดทำขึ้น ในกรณีนี้ ลูกค้าพึงคืนเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทเมื่อมีการร้องขอ

                                                                                         

                                                                                        บทที่ 4 (ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติบริการชำระเงิน (Payment Services Act))

                                                                                         

                                                                                        หัวข้อที่ 46. (ประเด็นเกี่ยวกับการป้องกันการเข้าใจผิดว่าเป็นการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคาร ฯลฯ)

                                                                                        • ลูกค้าพึงใช้บริการด้วยความเข้าใจและยอมรับในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้อย่างครบถ้วน
                                                                                        • (1) บริการเหล่านี้ไม่ใช่การทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยธนาคาร ฯลฯ
                                                                                          (2) บริการเหล่านี้ไม่นำมาซึ่งการรับเงินฝาก เงินออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจำ ฯลฯ โดยบริษัท
                                                                                          (3) บริการเหล่านี้ไม่อยู่ภายใต้การชำระเงินผลประโยชน์สำหรับประกันตามที่กำหนดในมาตรา 53 ของพระราชบัญญัติประกันเงินฝาก (Deposit Insurance Act) (พรบ. ฉบับที่ 34 ค.ศ.1971 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่ออกตามมา) หรือมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติประกันออมทรัพย์สหกรณ์การเกษตรและประมง (Agricultural and Fishery Cooperation Savings Insurance Act) (พรบ.ฉบับที่ 53 ค.ศ.1973 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่ออกตามมา)

                                                                                           

                                                                                           

                                                                                          หัวข้อที่ 47. (เนื้อหาสัญญาภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไข)

                                                                                          • 1. ให้บริษัทดำเนินการโอนเงินระหว่างประเทศสูงสุดเป็นจำนวน 1,000,000 เยนต่อการโอนหนึ่งครั้ง
                                                                                          • 2. มาตรฐานระยะเวลาดำเนินการสำหรับการโอนระหว่างประเทศที่ดำเนินการโดยบริษัทต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 33.5
                                                                                          • 3. จำนวนค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าชำระหรือจำนวนเงินสูงสุด หรือวิธีการคำนวณเงินดังกล่าวต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 28-2.7, 38 และ 43.2
                                                                                          • 4. ในกรณีที่โอนเงินระหว่างประเทศเป็นจำนวนที่ระบุเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ให้แปลงเงินจำนวนดังกล่าวเป็นสกุลเงินเยนด้วยวิธีการคำนวณตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 37 และ 44
                                                                                          • 5. สัญญาที่จัดทำขึ้นระหว่างลูกค้าและบริษัทตามข้อกำหนดและเงื่อนไข (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “สัญญา”) ต้องไม่มีข้อกำหนดตายตัว โดยให้สัญญาสิ้นสุดเมื่อการลงทะเบียนสมาชิกถูกยกเลิก
                                                                                          • 6. ในกรณีที่สัญญาสิ้นสุดตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
                                                                                          • (1) หากสัญญาสิ้นสุดลง ให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 21
                                                                                            (2) หากสัญญาการโอนเงินถูกยกเลิก ให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 36 และ 39
                                                                                            (3) หากสัญญารับโอนเงินถูกยกเลิก ให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อที่ 45
                                                                                          • 7. บริษัทเป็นผู้ให้บริการโอนเงินประเภท 2 ระยะเวลาในการคำนวณสำหรับธุรกิจโอนเงินประเภทที่ 2 ที่บริษัทดำเนินการ คือ หนึ่งสัปดาห์ และกำหนดเวลาในการฝากเงิน คือ สามวันทำการ
                                                                                          • 8. ในกรณีที่มีความเสียหายใดเกิดขึ้นกับลูกค้า ทั้งที่เป็นสมาชิกหรือไม่เป็นสมาชิกของบริการอันเนื่องมาจากการใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ค่าสินไหมทดแทนจะเป็นไปตาม “นโยบายเรื่องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายอันเนื่องมาจากการใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ของบริษัท กรุณาตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหน้าเว็บไซต์ ต่อไปนี้
                                                                                            (URL: https://www.remit.co.jp/coverage_policy/
                                                                                          •  

                                                                                             

                                                                                            หัวข้อที่ 48. (ระบบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา)

                                                                                            • 1. ตามข้อกำหนดในมาตรา 43 ของพระราชบัญญัติบริการชำระเงิน (พรบ.ฉบับที่ 59 ลงวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ.2009 และฉบับปรับปรุงที่ออกตามมา) บริษัทต้องดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้เพื่อเก็บรักษาหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่ามูลค่าที่คำนวณได้จากการคูณยอดรวมของเงินสำรองเพื่อการโอนเงินในบัญชีสำรองเพื่อการโอนเงินกับยอดเงินโอนที่ได้รับด้วยตัวคูณในมาตรา 11 วรรค 6 ของคำสั่งสำนักงานคณะรัฐมนตรีว่าด้วยผู้ให้บริการโอนเงิน (the Cabinet Office Ordinance on Funds Transfer Service Providers) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกระบวนการคืนเงินเพื่อเป็นการให้หลักประกันต่อข้อผูกมัดในการคืนเงินสำรองเพื่อการโอนเงินให้แก่ลูกค้า และข้อผูกมัดในการจ่ายเงินรับโอนให้แก่ลูกค้า หากบริษัทไม่สามารถจ่ายเงินตามข้อผูกมัดได้ ฝ่ายที่ร้องขอให้มีการโอนเงินพึงมีสิทธิ์เรียกร้องดีกว่าเจ้าหนี้รายอื่นของบริษัท ในการที่จะได้รับการชำระเงินคืนจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา (ต่อไปในที่นี้อ้างถึงในนาม “สิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงิน”)
                                                                                            • (ก) สัญญาค้ำประกันการชำระเงินกับ Aozora Bank, Ltd.
                                                                                              (ข) สัญญาค้ำประกันการชำระเงินกับ Resona Bank, Ltd.
                                                                                              (ค) สัญญาค้ำประกันการชำระเงินกับ Banco do Brasil S.A., Tokyo Branch
                                                                                              (ง) การเข้าทำสัญญาเก็บรักษาหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญากับ SBI Insurance Co., Ltd.
                                                                                              (จ) การวางหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาให้แก่สำนักกฎหมายโตเกียว (Tokyo Legal Affairs Bureau)
                                                                                              • 2. ลูกค้ามีสิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงินในการใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศจนกว่าผู้รับโอนเงินจะได้รับเงินที่โอนแล้วจริง หลังจากผู้รับโอนเงินดังกล่าวได้รับเงินโอนแล้ว ลูกค้าจะไม่สามารถใช้สิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงินได้ นอกจากนี้ สิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงินในการใช้บริการรับโอนเงินระหว่างประเทศพึงเป็นสิทธิของลูกค้า
                                                                                              • 3. หากเกิดกรณีใดๆ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 59 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยบริการชำระเงิน ลูกค้าสามารถได้รับเงินคืนจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาโดยดำเนินการตามขั้นตอนการคืนเงินตามที่ระบุไว้ในหัวข้อเดียวกัน
                                                                                              • 4. หากเกิดเหตุการณ์ตามที่ระบุในวรรคก่อนหน้า ผู้รับโอนเงินในการใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศจะไม่สามารถรับเงินโอนได้ แต่หากเกิดเหตุการณ์ในวรรคก่อนหน้าขึ้นและการดำเนินการตามขั้นตอนการคืนเงินนั้นมีขึ้นหลังจากที่ผู้รับโอนเงินได้รับเงินไปแล้ว ให้ลูกค้าคืนเงินจำนวนเท่ากับหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาให้แก่บริษัท
                                                                                              •  

                                                                                                 

                                                                                                หัวข้อที่ 49. (ช่องทางการติดต่อสอบถาม และมาตรการจัดการคำร้องทุกข์และแก้ไขข้อพิพาท)

                                                                                                • 1. ลูกค้าสามารถส่งคำถามและแสดงความคิดเห็นได้โดยใช้ช่องทางการติดต่อดังนี้
                                                                                                  ที่อยู่: บริษัท SBI Remit จำกัด ( ศูนย์บริการลูกค้า )
                                                                                                  4F Sumitomo Fudosan Otowa Bldg., 2-9-3, Otsuka, Bunkyo-ku,Tokyo, 112-0012
                                                                                                  โทรศัพท์ 03-5652-6759
                                                                                                  อีเมล support@remit.co.jp
                                                                                                  (วันทำการ) 9:00 – 18:00
                                                                                                • 2. บริษัทได้ดำเนินการตามมาตรการจัดการคำร้องทุกข์และแก้ไขข้อพิพาทตามพระราชบัญญัติบริการชำระเงิน โดยหน่วยงานภายนอกต่อไปนี้เป็นผู้รับแจ้งคำร้องทุกข์และข้อพิพาทเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจการโอนเงินของบริษัท
                                                                                                • (1) มาตรการจัดการคำร้องทุกข์
                                                                                                  สมาคมผู้ให้บริการชำระเงินแห่งญี่ปุ่น (Japan Payment Service Association) สายด่วนสำหรับลูกค้า โทร. 03-3556-6261
                                                                                                  สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการของสมาคมเกี่ยวกับคำถามและคำร้องทุกข์ได้ที่หน้าเว็บไซต์ข้างล่างนี้
                                                                                                  (URL:http://www.s-kessai.jp/consumer/giftcard_prica_netprica/funds_consumer_inquiry_cg.html
                                                                                                  (2) มาตรการแก้ไขข้อพิพาท
                                                                                                  Tokyo Bar Association ศูนย์แก้ไขข้อพิพาท โทร.03-3581-0031
                                                                                                  Daiichi Tokyo Bar Association ศูนย์อนุญาโตตุลาการ โทร.03-3595-8588
                                                                                                  Daini Tokyo Bar Association ศูนย์อนุญาโตตุลาการ โทร.03-3581-2249
                                                                                                  คำแปลนี้จัดทำขึ้นเพื่อความเข้าใจของลูกค้า และหากมีความคลาดเคลื่อนใดระหว่างฉบับแปลกับต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น ให้เนื้อหาในต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นมีผลใช้บังคับ

                                                                                                   

                                                                                                   

                                                                                                  สิ้นสุดเนื้อหา

                                                                                                   

                                                                                                  • จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ.2010
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2012
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.2014
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ.2014
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2016
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ.2016
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ.2016
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ.2016
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.2017
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.2018
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 23 มกราคม ค.ศ.2019
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ.2020
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.2020
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.2021
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ.2022
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ.2022
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ.2023
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ.2023
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ.2024
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ.2024
                                                                                                  • แก้ไข ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2024
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ.2025
                                                                                                  • แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ.2025